แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กัลยาณมิตร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กัลยาณมิตร แสดงบทความทั้งหมด

การทำหน้าที่กัลยาณมิตร

  

 บุคคล ๓ ประเภท ที่ต้องเจอ

                   การไปชวนคนทำความดี เราจะเจอคนอยู่ 3 ประเภท บางคนก็ง่าย บางคนก็ยากนิดหน่อย บางคนก็ยากมาก เป็นเรื่องธรรมดา
                  เหมือนต้นไม้ที่เราเอาเมล็ดไปฝังดินปลูก คอยรดน้ำ แล้วมันเจริญงอกงาม ก็ คล้ายกับเราไปชวนคนที่อินทรีย์แก่กล้ามาร่วมบุญ ถ้าเขา Alert ก็เหมือนต้นไม้ที่ได้น้ำ แปลว่า เขาพร้อมที่จะทำกับเรา
                 ประเภทที่สอง ไปชวนแล้วเขานั่งเฉยๆ ขอคิดดูก่อน ก็เหมือนตอไม้ เอาน้ำรด มันเปียก แต่มันไม่งอก
                  ประเภทสุดท้าย เหมือนแมว เอาน้ำไปให้ด้วยความหวังดี กลับสลัดทิ้งอย่างนี้ก็มีเหมือนกัน
                เพราะฉะนั้น หากเราไปชวนใคร แล้วเขาปฏิเสธ สลัดน้ำมาโดนเรา พูดตัดทอนกำลังใจเรา ให้ถ้อยคำอะไรที่เราไม่พึงปรารถนา กับท่าทางที่เราไม่ค่อยชอบก็มี เราอย่าถือเอามาเป็นอารมณ์ หรือมาตัดทอนกำลังใจในการทำความดีของเรา
                  มนุษย์ในโลกก็มี ๓ ประเภทแค่นี้แหละ ชวนแล้วทำ ชวนแล้วเฉย ชวนแล้วไม่เอา
                ดังนั้นความเหนื่อยของเราก็จะมีอยู่แค่นั้น แต่ถ้าใจเราอยู่ในศูนย์กลางกาย เหนื่อยเหมือนไม่เหนื่อย ความเหนื่อยเราจะหายไปเพราะมันมีความสุขในการชวนคนทำความดี
คุณครูไม่ใหญ่
๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
3

ชี้แจงแสดงธรรมในยุคโซเชียลมีเดีย



สงครามข่าวในยุคโซเชียลมีเดีย ปัจจุบันมีผู้ไม่หวังดี โจมตีด่าว่าพระ ด่าว่าวัดเยอะ  ลงข่าวเป็นประเด็นทุกวัน  เพื่อมุ่งหวังทำลายศรัทธาของชาวพุทธให้คลอนแคลน  และหวังบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาและสังฆมณฑล
ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องชี้แจงแสดงความจริงให้โลกรู้ และกระจายออกไปให้มากที่สุด
เราไม่ชี้แจงไม่ได้ขนาดขึ้นศาลยังต้องฟังข้อมูลทั้ง 2 ฝ่าย
ถ้าเราไม่ชี้แจงความจริงไปให้มากๆ จะปล่อยให้เขาให้ข้อมูลข้างเดียวหรือ
สิ่งที่เราช่วยกันกระจายข้อมูลที่ถูกต้อง
ชี้แจงสัมมาทิฐิให้เกิดขึ้นอย่างนี้ไม่ผิดหลักวิชชา

ที่บอกว่า...ไม่สู้ ไม่หนี ทําดีเรื่อยไป
คำว่า ไม่สู้หมายถึง ไม่สู้แบบมิจฉาทิฐิ  คือ ไม่ได้ให้ไปสู้แบบรบราฆ่าฟัน  ส่วนการชี้แจงให้ชาวโลกรับรู้สิ่งที่ถูกต้องให้มากๆ คือปลูกสัมมาทิฐิให้เขา นี่แหละคือการ ทําดีเรื่อยไป
การทำดี ต้องทำทั้งตนเองและเป็นกัลยาณมิตรให้ผู้อื่นด้วย ให้เขาได้มีความเห็นถูก เป็นกัลยาณมิตรให้เขาเหมือนคำว่า
“โลกขาดดวงตะวันไม่ได้ฉันใด
โลกก็ขาดกัลยาณมิตรไม่ได้ฉันนั้น”
แม้เราไม่เก่งเทคโนโลยี ก็ไม่เห็นจะมีปัญหา ที่ไหนมีที่ให้กดเราก็แค่เอานิ้วกด บวกไปกับความคิดที่เป็นสัมมาทิฐิและความรักในเพื่อนมนุษย์ที่ไม่ต้องการให้เขาไปอบาย ให้เขามีสัมมาทิฐิ แล้วทุกอย่างที่เราคิด พูด ทำ ก็ต้องประกอบไปด้วยปัญญาและความรักปรารถนาดีที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ ก็แค่นั้นเอง...
ดูอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาพระองค์ปฏิบัติธรรม ท่านก็นั่งทำใจสงบ แต่พอถึงเวลาชี้แจงแสดงธรรม ท่านก็ต้องชี้แจง แสดงธรรมโปรดทั้งมนุษย์และเทวดา ซึ่งมีปรากฎในพุทธกิจ 5 ประการ  พระองค์ก็ยังต้องทำอย่างนั้น
ที่เราส่ง facebook ส่ง line ยังส่งไม่ถึงเทวดาเลยนะ แต่พระพุทธองค์ให้ข้อมูลชี้แจงแสดงธรรมถึงเทวดา ถึงพรหม ที่ไม่เข้าใจ...ให้เข้าใจ และดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง
การชี้แจงสิ่งที่ถูกต้อง
และกระจายออกไปให้มากๆ
นี่คือการปลูกสัมมาทิฐิ
5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
คุณครูไม่ใหญ่
10

Facebook