แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สันติภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สันติภาพ แสดงบทความทั้งหมด

ศาสนาแห่งสันติภาพ


 
พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ตรัสว่า “พระนิพพานเป็นเยี่ยม”นี่คือ คำยืนยันของท่านผู้รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นที่เราเวียนว่ายตายเกิดกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน เป้าหมายของเรา คือทำพระนิพพานให้แจ้ง ถ้ายังไม่แจ้งก็ต้องทำกันต่อไป
นิพพานจะแจ้งได้นั้น จะต้องอาศัยกำลังบุญบารมีที่เราได้สั่งสมอบรมมาในแต่ละภพแต่ละชาติ มากบ้างน้อยบ้าง กลั่นกายวาจาใจ ธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ของเราให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ พอบริสุทธิ์มากเข้า ใจก็หยุดนิ่ง หยุดนิ่งเพราะว่า ทำซ้ำแล้วซ้ำอีกมานับภพนับชาติไม่ถ้วน
พอใจบริสุทธิ์มันจะหยุดนิ่ง ไม่วิ่งไปที่ไหน ไม่วิ่งไปในทางตา คือ ไม่ออกไปทางนั้น เห็นอะไรก็ติดอกติดใจ เกิดความยินดียินร้าย ใจไม่แล่นไปทางนั้น ทางหู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่แล่นไปรับสิ่งเหล่านั้น
บริสุทธิ์มันก็หยุดนิ่ง พอหยุดนิ่งถูกส่วน ก็เห็นต้นทางแห่งความบริสุทธิ์ผุดเกิดขึ้นเป็นดวงสว่าง
อย่างเล็กก็ขนาดดวงดาวในอากาศ
อย่างกลางก็ขนาดพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ
อย่างใหญ่ก็ขนาดพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน
ความบริสุทธิ์ของดวงธรรมนี้มาพร้อมกับความสุขและความเข้าใจชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากมาย
หากมนุษย์ทุกคนในโลกมีเป้าหมายเดียวกัน คือ จะทำพระนิพพานให้แจ้ง หรือมีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร มุ่งแสวงหามรรคผลนิพพาน โลกนี้จะเกิดสันติภาพที่แท้จริง สันติสุขที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้น จะไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันเลย การขัดแย้งก็ไม่มี การเบียดเบียนกันก็ไม่มี มีแต่การแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน มีแต่การให้สิ่งดี ๆ ทั้งทางความคิด คำพูด และการกระทำ
แต่การที่จะให้เข้าใจตรงนี้ มันต้องสั่งสมมา สั่งสมดวงปัญญามา ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ ผู้รู้ บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลาย ที่เราคงเคยได้ยินคำว่า เป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพาน ก็คือ จะต้องสั่งสมอุปนิสัย จริตอัธยาศัยนี้จากท่านผู้รู้เหล่านั้น มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นต้น มากเพียงพอจึงจะเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
แต่ละคนที่มาเกิดในโลกนี้ ผ่านผู้รู้มาในจังหวะที่ไม่ตรงกัน บางคนผ่านมามากก็เข้าใจง่าย ผ่านมาน้อยก็เข้าใจได้น้อย ถ้าไม่ได้ผ่านมาเลย ก็ไม่เข้าใจเลย และเพราะความไม่เข้าใจนี่แหละ ที่ทำให้โลกยุ่งเหยิงกันอยู่ในปัจจุบัน  เพราะมาไม่ตรงกัน แต่ถ้ายุคใดสมัยใดผู้ที่มีอุปนิสัยพระนิพพานมาเกิดร่วมกันเยอะ ๆ ยุคนั้นสมัยนั้น สันติสุขอันไพบูลย์หรือสันติภาพของโลกก็จะบังเกิดขึ้น
คุณครูไม่ใหญ่
24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545


0

อยากให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง มาถอยหลังลงคลองกันเถอะ



 บัณฑิตนักปราชญ์ในกาลก่อนได้กล่าวไว้ว่า
ยุคใด สมัยใด ถ้าคนห่างเหินจากศีลธรรม สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดก็จะเกิดขึ้น เช่น ภัยพิบัติต่าง ๆ ฝนตก น้ำท่วม ลมพายุ แผ่นดินไหว ไฟไหม้ เป็นต้น
ภัยพิบัติต่าง ๆ จะเกิดขึ้น ถ้าคนเสื่อมจากศีลธรรม เพราะฉะนั้นเราทุก ๆ คนทั่วประเทศมาสำรวจตรวจตราดูตัวของเราเองว่า เราห่างเหินศีลธรรมหรือเปล่า ห่างจากการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาไหม ห่างการดูแลผู้มีศีลมีธรรมไหม หรือไปรังแกผู้มีศีลมีธรรมหรือไม่ เราก็ไปทบทวนดู
ถ้าหากว่าเราทำ เราก็ปรับปรุงแก้ไขเสีย  แล้วก็เข้าใกล้ศีลธรรมให้มากเข้าๆ สิ่งดี ๆ ก็จะเกิดขึ้น ดินอากาศฟ้าก็จะไม่แปรปรวน ฝนจะตกต้องตามฤดูกาล ต้นหมากรากไม้ก็จะมีรสโอชา มนุษย์ก็จะมีโรคภัยไข้เจ็บน้อย อายุก็ยืนยาว เศรษฐกิจก็จะดี ซื้อง่ายขายคล่องกำไรงาม เป็นต้น
นี่ก็เป็นเรื่องที่เราต้องหันกลับมาทบทวน มาถอยหลังเข้าคลองธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเราเลยคลองกันไปแล้ว เรียกว่าออกนอกลู่นอกทางกันไปเยอะแล้ว มาเข้าสู่ในลู่ของบัณฑิตนักปราชญ์ลงคลองแห่งธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเถอะ เขาเรียกว่า ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมนี่นะจ๊ะ ถอยหลังลงคลอง แต่ต้องคลองธรรมนะ คลองอื่นเราไม่เอานะ

20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549
คุณครูไม่ใหญ่

0

สันติภาพโลกเกิดจากสันติสุขภายใน


ครูไม่ใหญ่ไม่อยากให้มนุษย์ตายฟรี  อยู่กันไปวัน ๆ  หรืออยู่กันไปอย่างงั้นเอง ไม่อยากให้มนุษย์มีชีวิตอยู่บนความทุกข์ทรมาน  แม้เราไม่อาจจะหลีกเลี่ยงปัญหาหรือแรงกดดัน ซึ่งสิ่งแวดล้อมมันเป็นอย่างนี้ก็ตาม  แต่เราสามารถหาแหล่งที่พักพิงของใจได้ภายในตัว  ด้วยวิธีที่ง่าย ตรง ลัด ประหยัดสุด ประโยชน์สูง ไม่ต้องลงทุน ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย นั่นคือ การทำสมาธิ
ถ้ามนุษย์ทุกคนในโลก
เข้าถึงธรรมภายในได้
สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้
ครูไม่ใหญ่ยังยืนยันว่า สันติภาพของโลกต้องเกิดจากสันติสุขภายในของมวลมนุษยชาติ เพราะว่าเมื่อเข้าถึงสันติสุขภายในแล้ว ความคิดที่จะไปขัดแย้งกันหรืออะไรต่าง ๆ ก็จะหมดไป จะมีความรักและปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริงเกิดขึ้น จะเกิดความรู้สึกอยากให้ อยากแบ่งปัน มากกว่าอยากเอา
คุณครูไม่ใหญ่
วันเสาร์ที่ ๖ ตุลาคม พ..  ๒๕๕๐





7

Facebook