บุญเท่านั้นเป็นที่พึ่ง 1

บุญเท่านั้นเป็นที่พึ่ง 1
คำไม่เล็กของคุณครูไม่ใหญ่มินิ 1



บุญก็คือความดีที่เราทำ
ทั้งจากการทำทาน รักษาศีล
และเจริญภาวนา
กลั่นใจเราให้ใส สะอาด บริสุทธิ์
ยิ่งบริสุทธิ์ ปราศจากความโลภ
ความโกรธ ความหลงมากเท่าไร
บุญก็ยิ่งมาก
๒๓ ตุลาคม พ.. ๒๕๔๓


เมื่อมีบุญมาก
จะปรารถนาอะไรก็ได้ทั้งนั้น
ความสุข ความสำเร็จ ความสมหวัง
ก็จะบังเกิดขึ้นกับเราทุกอย่าง
จนกระทั่งไม่อยากได้อะไรอีกเลย
อยากจะปฏิบัติธรรม
อยากจะอยู่ในกลางของกลาง
เพื่อมุ่งเข้าไปหาที่สุดในกลางอย่างเดียว
๒๓ ตุลาคม พ.. ๒๕๔๓


บุญ
ปิดประตูอบาย...เปิดประตูสวรรค์
บาป
ปิดประตูสวรรค์...เปิดประตูอบาย
๒๔ มิถุนายน พ.. ๒๕๕๗



บาปแม้เพียงนิด อย่าคิดทำ
บุญเพียงนิด ทำไปเถิด
ประเสริฐนัก
๒๖ กรกฎาคม พ.. ๒๕๔๖



บุญจะนำเราไปสู่สุคติภพ
๑๔ เมษายน พ.. ๒๕๔๕



บุญทุกอย่างที่เราทำตอนเป็นมนุษย์
จะไปเป็นสมบัติ เป็นเสบียง
ในการเดินทางไกลในสังสารวัฏของเรา
๑๙ มกราคม พ.. ๒๕๔๖



บุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข
และความสำเร็จในชีวิตทุกระดับ
ตั้งแต่ปุถุชนจนกระทั่งเป็นพระอริยเจ้า
๒ ธันวาคม พ.. ๒๕๔๔



บุญ คือ ขุมทรัพย์อันประเสริฐ
เป็นเสบียงในการเดินทางไกลในสังสารวัฏ
๒๒ เมษายน พ.. ๒๕๔๖



บุญเท่านั้น...ที่จะเป็นคู่แท้
ติดตามตัวเราไปตลอดเวลา
๘ พฤศจิกายน พ.. ๒๕๔๙



บุญหล่นทับ...ไม่มี
อยากจะได้...ก็ต้องทำเอง
๑๑ มีนาคม พ.. ๒๕๕๐



บุญใครจะทำแทนให้
ก็ไม่เหมือนเราทำเอง
๒๐ กรกฎาคม พ.. ๒๕๔๘



ดีที่สุดคือ...
ทำบุญด้วยตัวเอง
ในขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่
ไม่ต้องรอให้ใครอุทิศไปให้
๓ กรกฎาคม พ.. ๒๕๔๘







บุญแปลว่า เครื่องชำระใจให้บริสุทธิ์
เมื่อใจบริสุทธิ์ ใจจะมีคุณภาพ
ความใสความสว่างจะบังเกิดขึ้น



ถ้าเราสั่งสมบุญ
ใจตั้งมั่นอยู่ในบุญ
ตรึกระลึกนึกถึงบุญ
เราก็จะอยู่เหนือมรสุม
หรือสถานการณ์ที่เลวร้ายได้
๔ มกราคม พ.. ๒๕๕๒



อยากจะมีบุญมาก ก็ทำบุญมาก
อยากมีบุญปานกลาง ก็ทำปานกลาง
อยากมีบุญน้อย ก็ทำบุญน้อย
ไม่อยากมีบุญ ก็ไม่ต้องทำ
อยากจะไปเกิดเป็นเปรต
อสุรกาย สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน
เขาก็มีวิธีเหมือนกัน
แล้วแต่เราจะเลือกเอาแบบไหน...ได้ทั้งนั้น
เพราะเราคือDesigner of the life
๑๙ พฤษภาคม พ.. ๒๕๔๕



บุญ...เป็นคุณเครื่องแห่งความสุข
และความสำเร็จในชีวิต
เราจะมีทุกอย่างพร้อม...ก็เพราะบุญ
ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ
ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข พวกพ้อง บริวาร
อุปกรณ์การสร้างบารมีพร้อม
๖ มิถุนายน พ.. ๒๕๔๗



ถ้าชาตินี้เราลำเค็ญ
แปลว่า
ชาติที่ผ่านมา...เราปฏิเสธบุญ
๒๖ เมษายน พ.. ๒๕๔๙



การปฏิเสธบุญ
คือ การปฏิเสธความสุข
และความสำเร็จในชีวิต
๔ มีนาคม พ.. ๒๕๔๙



เวลาอารมณ์ดี เราก็ทำบุญ
พอหงุดหงิด เราก็ไม่ทำ
เพราะทำบุญไม่สม่ำเสมออย่างนี้
สมบัติจึงกะพร่องกะแพร่ง
๖ ตุลาคม พ.. ๒๕๔๕



เพราะในอดีตทำบุญไม่สม่ำเสมอ
ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง
จึงทำให้ชีวิตขึ้นๆ ลงๆ
พอบุญส่งผล ไม่ว่าจะทำอะไรก็รุ่งเรือง
แต่พอหมดบุญ หรือไม่มีบุญรองรับ
จะทำอะไรก็ร่วงโรย
๒๖ พฤษภาคม พ.. ๒๕๔๘



รักษาใจให้ใสๆ
สั่งสมบุญอยู่เป็นนิจ
๑ ตุลาคม พ.. ๒๕๔๕







1

แม้ครั้งที่ร้อย ก็ยังยืนยันว่า นรกสวรรค์มีจริง...พิสูจน์ได้!!!


 

มีเรื่องราวหลาย ๆ อย่างที่บันทึกเอาไว้ในพระไตรปิฏก แต่ก็ยังเป็นข้อสงสัย
เช่น เรื่องกฎแห่งกรรม  เรื่องนรกสวรรค์  มีจริงไหม
แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายืนยันว่า...มีจริง

พระเดชพระคุณหลวงปู่บอกว่า 
“ถึงธรรมกายแล้ว ไปนรกก็ได้  ไปสวรรค์ก็ได้  ไปนิพพานก็ได้”

แค่ไปนรกสวรรค์  เราก็ยากต่อการเชื่อ
แต่ในสมัยท่าน  หรือผู้ที่เข้าถึง
เขาทำได้เป็นปกติ เป็นเรื่องธรรมดา
แล้วยังไปนิพพานได้

ตรงนี้แหละ..ที่เป็นข้อถกเถียงกัน มีนานาทัศนะ
บ้างว่า นิพพานสูญหมด  สูญโญ  บ้างก็ว่า  สูญญัง
คือ  หมดแต่กิเลส  แต่กายรองรับบรมสุขยังอยู่  แล้วภพที่รองรับก็มี

เมื่อได้ยินได้ฟังอย่างนี้  เราก็วางใจเป็นกลาง ๆ
ไม่ใช่ เชื่อ หรือว่า ไม่เชื่อ แต่ให้เฉย ๆ 
หยุดนิ่งเข้าไว้ ทำตามหลักวิชชา
เดี๋ยวเราก็พิสูจน์ได้  ไม่ต้องมานั่งถกเถียงกัน

ถ้าไปได้  มันก็พิสูจน์คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีในพระไตรปิฎกได้
พอพิสูจน์ได้  ก็หายสงสัย
พอหายสงสัย  ก็เลื่อมใส  ทำให้มีศรัทธา  อยากปฏิบัติธรรม
ก็จะทำความเห็นให้ตรงต่อเป้าหมายของชีวิต คือ ไปนิพพาน

จะหายสงสัย เมื่อเข้าถึงพระธรรมกาย
ถ้ายังไม่เข้าถึงพระธรรมกาย  แม้เลื่อมใส  แต่ก็ยังสงสัย
แต่ถ้าเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว มันก็มีแต่เลื่อมใส ไม่สงสัย

แล้วจะหมดความสงสัยอย่างสมบูรณ์
เมื่อเข้าถึงกายธรรมอรหัตนั่นแหละ
เพราะว่ากิจที่จะต้องทำให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะหมดแล้ว
มีกายธรรมอรหัตปรากฏอยู่  

นี่คือ คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่พระองค์สอนมนุษย์ทุกคนในโลก

คุณครูไม่ใหญ่

2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546  
1

จงทำตัวประดุจผ้าขี้ริ้ว


คุณยายอาจารย์ฯ  ตอนท่านมีชีวิตอยู่ จะบอกหลวงพ่ออยู่เรื่อย ๆ เลยนะ  ต้องเป็นผ้าขี้ริ้วเช็ดเท้านะ  ใครเขาจะเหยียบจะย่ำเรา ก็ช่างเขาเถอะ  แล้วเราจะได้สบายใจ ใจเราจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน  ไม่ขุ่นมัว  ไม่หงุดหงิด  งุ่นง่าน  ฟุ้งซ่าน  รำคาญใจ ใจจะได้ใส ๆ ศึกษาวิชชาธรรมกายจะได้ละเอียด  แล้วท่านก็บอก ตึกใหญ่ ๆ ทั้งหลัง จะกี่สิบกี่ร้อยชั้นก็ตาม  ลงทุนสร้างกันเป็นพัน ๆ ล้าน หมื่น ๆ ล้าน ถ้าไม่มีไม้กวาด ไม่มีผ้าขี้ริ้วเช็ดเท้า  ตึกทั้งตึกก็ไร้ความหมาย มันจะมีฝุ่น  มีหยากเยื่อ หยากไย่  ความสกปรกอะไรต่าง  ๆ เหล่านั้น
เพราะฉะนั้น ผ้าขี้ริ้วเช็ดเท้าสำคัญนะ  ต้องทำตัวให้เหมือนกับผ้าขี้ริ้วเช็ดเท้า  ทำกันได้หรือเปล่าจ้ะ
คุณครูไม่ใหญ่

11 ธันวาคม พ.ศ. 2545

หมายเหตุ: ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
0

นั่งธรรมะกันเถอะ...


ให้ทำธรรมะควบคู่กับงานหยาบไปด้วย
เพราะ...ถ้ารอให้งานหยาบเสร็จ
แล้วค่อยมาปฏิบัติธรรม
เราอาจจะ “ซี๊” ก่อน
เหมือนเวลาเรากินก๋วยเตี๋ยวก็ต้องหายใจไปด้วย ไม่ใช่กินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ แล้วค่อยมาหายใจ  ถ้าเรารองานหยาบเสร็จ เดี๋ยวเราจะซี้ก่อนที่จะได้ปฏิบัติธรรมกัน เพราะที่เราเข้ามาสู่องค์กร เพื่อจะมาปฏิบัติธรรม หาพระรัตนตรัยภายในตัว เพื่อศึกษาวิชชาธรรมกาย เราจึงมาอยู่ตรงนี้
ปีนี้หลวงพ่อ 72 แล้ว เราทุกคนต้องหวนไปทบทวนมโนปณิธานดั้งเดิม ก่อนเข้ามาสู่องค์กรว่า ไม่ใช่เราไม่มีทางไป เราจะไปใช้ชีวิตทางโลกก็สามารถทำได้ แต่เราเลือกมาทางนี้
ซึ่งตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ถ้าอายุมากขึ้นความแข็งแรงจะลดลง จะมารอให้งานหยาบเสร็จ แล้วค่อยทำงานละเอียดมันไม่ได้ เราต้องทำควบคู่กันไป ในจังหวะที่ยังแข็งแรงอยู่
เป็นบุญลาภอันประเสริฐ ที่จะได้ช่วยกันประคับประคอง ให้ไปสู่เป้าหมาย ที่เราเข้ามาสู่องค์กร
ถ้าหากองค์กรเราใจหยุดได้ ใจสบายได้ มีความสุข จากการปฏิบัติธรรม การกระทบกระทั่งสูญพันธุ์เลย จะทำภารกิจกันอย่างมีความสุข สนุกสนาน บุญบันเทิง ข้างนอกเคลื่อนไหว แต่ข้างในหยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์ จึงต้องมีโครงการติวธรรมะที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะให้เราทุกคนเข้าถึงธรรมได้อย่างง่ายๆ หลวงพ่อจะได้สมหวังเสียที
พอทุกคนในองค์กรมีความสุข จากผลของการปฏิบัติธรรม ก็จะมีความยิ้มแย้มเบิกบาน ถ้าใครเห็นหมู่คณะเรา ก็จะเกิดคำถามว่า ทำไมสมาชิกในองค์กร ถึงดูเบิกบาน เหมือนชาวสวรรค์ ก็อยากจะมาอยู่ด้วย อยากทำบุญด้วย ซึ่งจะเป็นองค์กรต้นแบบเลย 
เมื่อทุกคนมีความสุข คำว่า “สวรรค์บนดิน” ไม่ใช่คำขวัญหรูๆ แต่มีให้ดูจริงๆ แล้วจะเป็นแรงบันดาลใจที่จะขยายไปสู่องค์กรอื่น การ change the world ก็จะเกิดขึ้น

คุณครูไม่ใหญ่
3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เวลา 13:20
0

นึกถึงบุญบ่อยๆ ค้ากำไรเกินควรหรือไม่

การนึกถึงบุญบ่อยๆ
ไม่ใช่การค้ากำไรเกินควร
เพราะไม่มีใครเสียหาย

การค้ากำไร ต้องเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ มีได้ มีเสีย
แต่นึกถึงบุญแล้ว ทำให้เราปลื้ม
ทำให้ใจเราห่างจากบาปอกุศล

ยิ่งนึก ยิ่งปลื้ม
บุญก็ยิ่งขยาย ใจก็ยิ่งบริสุทธิ์
ยิ่งอธิษฐานจิตตอนที่ใจบริสุทธิ์
ความปรารถนาของเราก็จะสมหวัง

อธิษฐานเข้าไปเถิด ไม่ได้ทำให้ใครเสียหาย
สิ่งที่เราอธิษฐาน
เป็นการตั้งเป้าหมายในการทำความดี
เป้าหมายที่จะให้บรรลุมรรค ผล นิพพาน

คุณครูไม่ใหญ่
๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖
0

รู้แล้ว !!! ทำไมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เราถือศีล 5 ?



เวลามีใครมาถามว่า เข้าวัดพระธรรมกายแล้วได้อะไร?
คุณทองยศ สามีของลูก จะรีบตอบทันทีว่า “ได้ชีวิตใหม่” เพราะว่า ก่อนเข้าวัด ศีล 5 ไม่ครบ

ทำไมพระพุทธเจ้า ต้องให้เราถือศีล 5 ?
ศีล 5 มีความสำคัญอย่างไร

คำตอบ เพราะศีล 5 มีผลต่อ “กรรมนิมิต” ก่อนตาย

กรรมนิมิต คือ หนังเรื่องสุดท้ายที่ทุกคนต้องดู ดูอยู่คนเดียว ในช่วงศึกชิงภพ
คนอยู่รอบข้าง รอบเตียง ไม่มีใครเห็น หมอ พยาบาล หมู่ญาติ..ไม่มีใครเห็น สมาชิกในครอบครัว..ก็ไม่เห็น มันจะมาฉายให้เห็น เป็นภาพยนตร์ส่วนตัว ในวันสุดท้ายของชีวิต
ตอนนั้นเรานอนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้อยู่บนเตียงคนป่วย ก่อนตายจะเห็นกรรมนิมิต คือภาพที่ตัวได้กระทำไว้ตอนมีชีวิตอยู่
การที่เราถือศีล ๕ ก็เพื่อตัวเรา และเพื่อชาวโลก หมายถึงคนที่ได้ประโยชน์คนแรก คือตัวเรา ถัดไปคือคนอื่น. 1.อั๊วะ 2.ลื้อ
ถ้าเราถือศีล 5 ไม่ครบ มันอันตราย..อันตรายอย่างไร
เวลาใกล้จะละโลก ถ้าภาพที่เราถือศีล 5 ไม่ครบ มาฉายให้เห็น เป็นภาพยนตร์ส่วนตัวในวันสุดท้ายของชีวิต เห็นกรรมนิมิต ที่เราทำไม่ดีไว้ จะทำให้เราใจหมอง คตินิมิตก็จะดำมืด คือ หนทางที่จะไปมันมืด แล้วเราจะผ่านความมืดนั้น...พรึบ ไปสู่ภพที่มืด คือ อบาย
            อตร. อันตรายนะ

คุณครูไม่ใหญ่
8 เมษายน พ.ศ. 2552


หมายเหตุ :

ศีล 5มีอะไรบ้าง
เว้นจากการฆ่าสัตว์และมนุษย์
เว้นจากการลักทรัพย์
เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
เว้นจากการพูดปด
เว้นจากการสูบเสพสิ่งมึนเมา 


0

พุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน



พุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน
ตั้งแต่ยามนี้...เป็นต้นไปเลย
เพื่อเราและโลก
จะได้พบสันติสุขที่แท้จริง
เราจะต้องรวมกันให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เลิกแบ่งพรรค แบ่งพวก มันหมดสมัยแล้ว แล้วก็หันมาปรองดอง มารู้รักสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน มาสร้างบุญ สร้างบารมี มาแสวงหาหนทางพระนิพพาน แล้วทำประโยชน์ให้แก่เพื่อนมนุษย์กันจะดีกว่า เดี๋ยวก็วัน เดี๋ยวก็คืน  เดี๋ยวก็จะหมดเวลาจากโลกนี้ไปแล้ว
โลกมนุษย์ คือโลกแห่งการสร้างบารมี ไม่ใช่โลกแห่งการเสวยบุญ ละโลกไปแล้ว เราหมดสิทธิ์ที่จะสร้างบารมีได้เหมือนกายมนุษย์ เพราะเป็นภพภูมิแห่งการเสวยผล ไม่ว่าบุญหรือบาป ดีหรือชั่วก็ตาม นี่เป็นสิ่งที่เราจะต้องตอกย้ำซ้ำเดิมกันทุก ๆ วัน แล้วทำความเข้าใจกันให้ดี
คุณครูไม่ใหญ่
๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗


0

โลกในอุดมคติมีจริงหรือ?


โลกในอุดมคติ ไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลกใบนี้
เคยเกิดขึ้นมาแล้ว..นับครั้งไม่ถ้วน
แต่ว่า แต่ละครั้งห่างกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านระลึกชาติไป เห็นเรื่องนี้เป็นปกติของท่าน คือ ในยุคใด ที่มนุษย์มีศีล ๕ เป็นปกติ มีการบังเกิดขึ้นของพระเจ้าจักรพรรดิ ผู้ที่สั่งสมบุญมาดีปกครองโลก พระองค์ก็ทรงสอนให้มนุษย์ทุกคนในโลก มีศีล ๕  เว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม  เว้นจากการพูดปด เว้นจากการดื่มน้ำเมา สิ่งมึนเมา
โลกในยุคนั้น ฝนจะตกต้องตามฤดูกาล ผลหมากรากไม้มีรสโอชา มนุษย์จะมีโรคภัยไข้เจ็บน้อย อายุขัยจะยืนยาว จะมีความรักสามัคคีกัน จะอยู่เย็นเป็นสุขกันมากเลย  
แสดงว่าเรื่อง “ศีลธรรม” ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วแหละ เพราะว่าถ้าศีลธรรมเกิดขึ้นที่ใจ ก็จะขยายมาที่กาย แล้วก็ออกมาที่สิ่งแวดล้อมไปในบรรยากาศ จะเกิดภาวะโลกเย็น
พระเจ้าจักรพรรดิที่ปกครองโลก เกิดขึ้นมานับพระองค์ไม่ถ้วน ซ้ำ ๆ ๆ
โลกไม่เคยถูกปกครองด้วยการรบราฆ่าฟันเลย ถ้าตราบใดยังรบราฆ่าฟันกันอยู่ โลกในอุดมคติจะไม่มีวันเกิดขึ้น สิ่งดี ๆ จะไม่มีวันเกิดขึ้นในโลกใบนี้ เพราะผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ก็ย่อมจองเวร แล้วก็มีการล้างแค้น ผูกแค้น ล้างแค้น ผูกแค้น ล้างแค้น นี่เฉพาะที่ตาเราเห็นนะ ที่ตาเราไม่เห็นอีก ตายแล้วไปอบาย แล้วก็วนเวียนขึ้นมาฆ่ากันอยู่อย่างนั้นแหละ ความทุกข์ก็จะระบาด ไม่ว่าจะฆ่ากันด้วยเหตุอันใดก็ตาม
โลกในอุดมคติ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว นับครั้งไม่ถ้วน
จะเกิดขึ้นอีกสักครั้ง
ในยุคที่เรามีชีวิตอยู่...ไม่ได้เชียวหรือ
คุณครูไม่ใหญ่
๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒


ขอเรียนเชิญทุกท่าน

ร่วมเป็นหนึ่งในการสร้างโลกแก้ว
ด้วยการสวดธรรมจักร
ให้ดังก้องไปทั่วทั้งผืนแผ่นดินไทย
เพื่อความสงบสุข ร่มเย็น
จะได้แผ่ปกคลุมไปทั่วประเทศไทยและโลกใบนี้


3

ปรโลกมีจริง

ชีวิตในปรโลก  ถ้ามีบุญมากก็ไปมีความสุขในสุคติโลกสวรรค์มาก บางท่านท่องเที่ยวอยู่ในโลกสวรรค์เลย  คือ จากสวรรค์ชั้นหนึ่งไปชั้นสอง สองไปสาม ไปสี่ ไปห้า ไปหก หกแล้วย้อนลงมาใหม่ หลายเที่ยวก็มี เที่ยวเดียวก็มี อย่างนี้เขาเรียกว่า ท่องอยู่ในสวรรค์
ตรงกันข้าม ถ้าบาปมาก ก็ท่องในอบายยาวนานทีเดียว ในมหานรกขุมต่าง ๆ จากขุมนี้ไปขุมโน้น ขุมโน้นไปขุมนี้ ขุมใหญ่ไปขุมบริวาร ขุมบริวารไปขุมใหญ่อีกแล้ว หรือขุมใหญ่ไปขุมใหญ่ หรือขุมบริวารไปขุมบริวาร สลับกันไปมา หรืออยู่ในขุมเดียวกันแต่ว่าต่างกรรมต่างวาระกันเจอกันอีก หลุดจากนี้ไปเจอโน้น หลุดโน้นไปกันต่อ ๆ กันไป
กว่าจะมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ก็เป็นเวลายาวนาน และพอจะมาเป็นมนุษย์  ตอนก่อนจะมาเกิดก็ตัดสินกันที่บุญกับบาปอีก  มีบุญก็มาเกิดในตระกูลที่ดี ชีวิตเริ่มต้นก็จะดี สดใส เหมือนดอกไม้ที่เบ่งบานไม่มีหนอนชอนไช แต่ถ้าบาปเป็นชนกกรรมนำมาเกิด  ก็เหมือนกับดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา ตายในครรภ์บ้าง คลอดออกมาตายบ้าง หรือเติบโตก็เกิดในตระกูลที่ลำบากยากจน อย่างนี้เป็นต้น
และในระหว่างทาง จะมีสุขมีทุกข์ ชีวิตจะขึ้นจะลง เจริญหรือเสื่อม ก็ขึ้นอยู่กับบุญบาปที่ทำมาจากในอดีตนั่นแหละคอยพลัดผัน
ถ้าโชคดีเจอกัลยาณมิตรมาแนะนำ ทำให้เราเข้าใจชีวิตได้แจ่มแจ้ง แล้วก็กลับเนื้อกลับตัวได้ สั่งสมบุญในปัจจุบัน บาปเก่าแม้เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใจมันก็จะไม่เป็นทุกข์มากกว่าปกติ มันทุกข์เท่าที่เจอ แต่ไม่ทุกข์เพิ่มขึ้นเพราะความฟุ้งซ่านวิตกกังวล เพราะว่าเราเข้าใจชีวิตอย่างแจ่มแจ้ง และเมื่อเราสั่งสมบุญมากเข้า หนักก็เป็นเบา เบาก็หาย
คุณครูไม่ใหญ่
  มิถุนายน พ.. ๒๕๔๖

0

อากาศร้อน แต่ใจไม่ร้อน แผ่เมตตาวนไป


รักษาใจให้ใจสบายๆ อย่าไปสนใจอะไร ถ้าเราเครียด หรือกังวลก็ทำร้ายตัวเราเอง จะไปเกิดประโยชน์อะไร เราต้องแผ่เมตตาให้กับตัวเราเอง เอ็นดูตัวเราเอง รักตัวเรา 
และเพื่อให้เขาไม่ผูกโกรธ เราก็ต้องแผ่เมตตาให้กับเขา ใจเราจะสบาย สบายทั้งขึ้นทั้งล่อง ขึ้นก็สบาย ลงก็สบาย
ไม่ว่าใครจะคิดไม่ดีกับเรา มันก็เป็นปัญหาของเขา ไม่เกี่ยวกับเรา เพราะเขาทำร้ายตัวของเขาเอง ถ้าเราไปคิดร้ายตอบ ก็เท่ากับเราทำร้ายตัวเราเอง เพราะเราร้อนใจ เท่ากับเราทำร้ายตัวเราเองก่อน เขายังไม่รู้เรื่องเลย เริ่มต้นตัวเราก็ทำร้ายตัวเราเองก่อนเลย
เพราะฉะนั้น การแผ่เมตตาให้ตัวเราเอง เพื่อให้ใจเราเป็นสุข ไม่ทำร้ายตัวเราเองเป็นอันดับแรก เอ็นดูตัวเอง
ส่วนภารกิจปกป้องพระศาสนาก็ต้องทำ แต่ทำด้วยอารมณ์บันเทิง อารมณ์สบาย แผ่เมตตา
ความยากลำบากที่เราเจอ แต่ก็เป็นบารมีของเรา ทุกคนได้บารมีกันไปทั้งนั้นเลย
แม้คนในโลกไม่เห็นด้วยกับเรา แต่สิ่งที่เราทำถูกต้องดีงามตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้คิดดี พูดดี ทำดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส เราเห็นด้วยกับตัวเราเอง แล้วเรามีความสุข แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว



1

เราเกิดมาสร้างบารมี



ถ้าหากชาตินี้ เราเกิดมาร่ำรวย มียศถาบรรดาศักดิ์ มีอำนาจวาสนาก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ อย่าลิงโลดใจ อย่าประมาทในการดำเนินชีวิต ใช้สิ่งที่ตัวมีตอนนี้ ทั้งทรัพย์ก็ดี ลาภ ยศ สรรเสริญ ตำแหน่งหน้าการงาน พวกพ้องบริวาร ให้เป็นไปเพื่อการสร้างบารมี

ส่วนผู้ที่มีชีวิตลำเค็ญ ก็อดทนเอา เพราะเราทำของเรามาอย่างนี้ เราก็ต้องเจออย่างนี้ เมื่อเรามีความตระหนี่ ไม่สั่งสมบุญจากในอดีต ปัจจุบันเราก็ลำบากยากเข็ญ  นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องอดทน แล้วก็ไม่ใช่ปล่อยไปตามยถากรรม อดทนอดกลั้น แล้วก็สร้างบุญบารมีเท่าที่เราจะทำได้อย่างเต็มกำลังนั่นแหละ 

คุณครูไม่ใหญ่
22 กันยายน พ.ศ. 2547


0

Facebook