โลกอยู่ได้ด้วย...การให้


#น้องนะโม ใส่บาตรพระทุกเช้าครับ









ถ้ารู้จัก...การให้ โลกนี้ก็จะอยู่เย็นเป็นสุข
สันติสุขก็จะเกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติ

ตั้งแต่ให้รอยยิ้ม
ให้ความรักความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์
ให้อภัยทานในข้อผิดพลาดของเพื่อนมนุษย์
ให้วัตถุทานในยามยาก
ให้วิทยาทาน ความรู้เพื่อที่การดำรงชีพอยู่ในโลก
ให้ธรรมทาน แสงสว่างในการดำเนินชีวิต
มีสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า กระทั่งดับทุกข์ได้
โลกอยู่ได้ด้วยการให้อย่างนี้
ต้องฝึกกันตั้งแต่ยังเยาว์วัยนะ

คุณครูไม่ใหญ่
23 ตุลาคม พ.ศ. 2549

---------------------------




0

พระแท้ต้องใจใส




เราเป็นนักบวชก็ต้องให้ใจใส ๆ
ให้เข้าถึงองค์พระในตัวให้ได้

พอเป็นองค์พระในตัวเท่านั้น
จะคิด จะพูด จะทำอะไรก็เป็นพระ
โดยที่เราไม่ต้องไปตั้งใจเคร่งเครียด
ระมัดระวังกลัวจะผิดสิกขาบทอะไรเลย

พอใจใสก็เป็นพระแล้ว
สิกขาบทเหล่านั้นรวมประชุม
อยู่ในตัวของเราเองเลย
อยู่ในจิต อยู่ในใจ
ที่เป็นพระแท้สามเณรแท้นั่นแหละ
เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความบริสุทธิ์
เป็นบุญกุศลที่เกิดขึ้น
ความเป็นเนื้อนาบุญของเราเกิดแล้ว


0

คนเราเกิดมาทำไม?




ทุกชีวิตที่เกิดมาในโลกนี้
ล้วนมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ...
เกิดมาเพื่อมุ่งความหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ
จากความโลภ ความโกรธ ความหลง
ซึ่งเป็นรากเหง้าแห่งอกุศลมูล
ที่ทำให้กาย วาจา ใจของเราไม่บริสุทธิ์
และผลแห่งความไม่บริสุทธิ์
จะทำให้เราทุกข์ทรมานในวัฏสงสาร
ไปเกิดในมหานรก อุสสทนรก ยมโลก
ไปเกิดเป็นอสุรกาย เป็นเปรต เป็นสัตว์เดรัจฉาน
กว่าจะกลับมาเป็นมนุษย์อีก ยากมาก
มาเป็นมนุษย์ใหม่ ก็เป็นมนุษย์ที่มีชีวิตลำบาก ฝืดเคือง
อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เกื้อหนุนให้ทำบาปซ้ำไปอีก
เมื่อทำบาปซ้ำก็ลงไปในอบายอีก
วนกันไปวนกันมาอย่างนี้

คุณครูไม่ใหญ่
----------------------

4

ความแข็งแรงเขามีไว้สร้างความดี






ยังแข็งแรงอยู่ ต้องรีบขวนขวายลุยนั่งธรรมะกันให้เต็มที่
อย่าเอาความแข็งแรงไปทำอย่างอื่น ที่ไม่เป็นบุญเป็นกุศล เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไร 

ถ้าเอาความแข็งแรงไปทำบาป ก็จะมีวิบากตามมาอีก
เสียดายความแข็งแรง

สิ่งสำคัญในการปฏิบัติธรรม คือ ความแข็งแรงและความปลอดกังวล ทั้ง ๒ อย่างเป็นหัวใจสำคัญ ไม่เช่นนั้นพญามารเอาไปทำอย่างอื่นจนหมดแรง

จิตเดิมแท้ของเราจะสะอาด แต่พญามารเอากิเลสเข้ามาสอด บังคับให้เราไปสร้างกรรมอีก ดังนั้นในช่วงที่ยังแข็งแรงอยู่ ต้องตั้งใจนั่งธรรมะ และสร้างบุญกันให้เต็มที่

2

อารมณ์ใส...อย่าปล่อยให้เสีย


  
สมมติว่า เราไปเจอสิ่งที่กำลังทำให้อารมณ์ขุ่นมัว เราก็ต้องมีสติอยู่กับตัวของเรา รักษาใจไว้ ดูใจของเรา รักษาใจให้ใส ๆ

หากอยู่บริเวณนั้น โอกาสจะใสยาก ก็เปลี่ยนบริเวณ เปลี่ยนทิศ เปลี่ยนทาง เปลี่ยนสถานที่ แล้วก็นิ่ง ๆ เอาไว้ เพราะอารมณ์ที่ทำให้ขุ่นมัว มันจะอยู่กับเราไม่นาน พอเราไม่สนใจ มันก็ไม่ขุ่น ใจจะเริ่มใส

และแทนที่จะนึกถึงภาพบุคคลนั้น เรื่องราวเหล่านั้น เราก็มานึกถึงดวงใส ๆ องค์พระใส ๆ บุญใส ๆ ที่เราได้กระทำผ่านมาด้วยความปีติ เบิกบาน ภาคภูมิใจ หรือนึกถึงคำภาวนา สัมมาอะระหัง มาแทนที่ นับไปเรื่อย ๆ  เดี๋ยวใจก็จะใสเอง 

ใจใสนี่แหละเหมาะสมที่จะเป็นภาชนะรองรับบุญใหญ่ และเหมาะสมที่จะเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน
คุณครูไม่ใหญ่


0

ไม่ว่ารวยหรือจน...เราต่างเกิดมาสร้างบารมี





ถ้าหากชาตินี้ เราเกิดมาร่ำรวย มียศถาบรรดาศักดิ์ มีอำนาจวาสนาก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ อย่าลิงโลดใจ อย่าประมาทในการดำเนินชีวิต ใช้สิ่งที่ตัวมีตอนนี้ ทั้งทรัพย์ก็ดี ลาภ ยศ สรรเสริญ ตำแหน่งหน้าการงาน พวกพ้องบริวาร ให้เป็นไปเพื่อการสร้างบารมี

ส่วนผู้ที่มีชีวิตลำเค็ญ ก็อดทนเอา เพราะเราทำของเรามาอย่างนี้ เราก็ต้องเจออย่างนี้ เมื่อเรามีความตระหนี่ ไม่สั่งสมบุญจากในอดีต ปัจจุบันเราก็ลำบากยากเข็ญ  นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องอดทน แล้วก็ไม่ใช่ปล่อยไปตามยถากรรม อดทนอดกลั้น แล้วก็สร้างบุญบารมีเท่าที่เราจะทำได้อย่างเต็มกำลังนั่นแหละ 

คุณครูไม่ใหญ่


1

อาชีพ..ต้องเลือกให้เป็น




 จะประกอบอาชีพอะไรต้องเลือกให้ดีนะ 
สัมมาอาชีวะหรือมิจฉาชีวะ
เราต้องศึกษากันเสียก่อน  

อยากรวย ครูไม่ใหญ่เห็นด้วย
แต่จะรวยด้วยอาชีพอะไรจำเป็นต้องศึกษา

"มิจฉาชีวะ" แม้รวยมาก..ก็ทุกข์
แล้วรวยชาติเดียว  
ทุกข์ทั้งปัจจุบัน  หน้าชื่น อกเหงาๆๆๆ 
ตาย...ก็ไปอบาย
เกิดมาในสังสารวัฏก็ทุกข์ยาวนานต่อไปอีก

แต่ถ้า "สัมมาอาชีวะ"
รวยแม้อาจจะไม่เท่ามิจฉาชีวะ
แต่ก็มีสุขกันไปทุกชาติ
แล้วก็จะรวยไปหลายชาติ
เวลานำปัจจัยนั้นมาทำบุญก็ได้บุญมาก

แต่ถ้านำปัจจัยจากการ
ประกอบมิจฉาชีวะมาทำบุญ
ทำมากได้น้อย
มันเป็นบุญปนบาป

คุณครูไม่ใหญ่ 
26  มิถุนายน  พ.ศ.  2546

-----------------------

มิจฉาอาชีวะ 5 อย่าง

1.    ขายอาวุธ ได้แก่ อาวุธปืน อาวุธเคมี ระเบิด นิวเคลียร์ อาวุธอื่น ๆ เป็นต้น
2.    ค้ามนุษย์ ได้แก่ การค้าขายเด็ก การค้าทาส
         ตลอดจนการใช้แรงงานเด็กและสตรีอย่างทารุณ
         รวมถึงการขายตัวหรือขายบริการทางเพศทั้งของตัวเองและผู้อื่น
3.    ค้าสัตว์เพื่อนำไปฆ่า
4.    ค้าขายน้ำเมา สารเสพติดทุกชนิด รวมถึงการเสพเอง
5.    ขายยาพิษ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ รวมทั้งเป็นอันตรายต่อสัตว์

----------------------




0

ธรรม 3 ประการ



ธรรม 3 ประการ
ที่ครอบครองใจเราตลอดเวลา
คือ กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมา อัพยากตาธัมมา
หมายถึง ทำดี ทำชั่ว และ ทำไม่ดีไม่ชั่ว

ธรรม 3 ประการนี้จะหมุนเวียน
กันเข้ามาครอบครองใจเราได้ทีละอย่าง ไม่พร้อมกัน
ถ้าทำดีเข้า / ทำไม่ดี / ทำไม่ดีไม่ชั่ว ก็ไม่เข้าฯ

เราหนีธรรม ๓ อย่างไม่พ้น
ไม่ว่าจะหลับตื่น นั่งนอนยืนเดิน
เมื่อเราหนีไม่พ้น ก็ต้องเลือกเอา
แต่กรรมดีมาใส่ไว้ในตัวให้มาก ๆ
เพราะวิบากคือความสุขความสำเร็จจะเกิดขึ้น
และติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ

ทุกการกระทำล้วนมีผลทั้งสิ้น
ท่านถึงใช้คำว่า...
อย่าดูหมิ่น “บุญเล็กน้อย” ที่เราทำย่อมมีผลทั้งสิ้น
อย่าดูหมิ่น “บาปเพียงเล็กน้อย” ที่เราทำย่อมมีผลทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้นมากหรือน้อยล้วนมีผลทั้งนั้น

เราโชคดีได้เกิดมาเป็นมนุษย์
โชคดีที่ได้ศึกษาคำสอน
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จึงทำให้เราดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง
ได้ใช้วันเวลาทำแต่กรรมดีเป็นส่วนใหญ่
กรรมไม่ดีเป็นส่วนน้อย
ไม่ดีไม่ชั่วก็น้อยลงไปอีก

คุณครูไม่ใหญ่
๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔


0

เคล็ดไม่ลับสู่..ชัยชนะ !!!



คิดดี พูดดี ทำดี
ทำจิตให้บริสุทธิ์
ฝ่ายพระจะได้ส่งบุญ ส่งผังสำเร็จได้ง่าย
จะได้สมความปรารถนากันทุกคน

ถ้าคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี
พญามารก็จะส่งผังไม่ดีมาให้
เราก็จะเป็นไปตามผังของเขา

เพราะฉะนั้น...
เราต้องคิดดี พูดดี ทำดี
จิตต้องบริสุทธิ์ ตั้งมั่นอยู่ในธรรม

คุณครูไม่ใหญ่
๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘
0

อย่าประมาทในชีวิต



เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน
เดี๋ยววัน เดี๋ยวคืน เดี๋ยวก็จะหมดเวลาแล้ว

เราแก่ลงไปทุกๆ วันจริง ๆ
แม้ใครจะมาชื่นชมเราว่า ดูแล้วยังไม่แก่ ไม่จริงหรอก

จริงๆ แล้วเรานอนกับคนแก่ทุกวันอยู่บนเตียงของเรา
คือ นอนกับตัวของเราเองที่แก่ลงไปทุกวัน
สภาพร่างกายที่เสื่อมลงไปเรื่อย ๆ ทุกวัน
แล้วไม่ช้าเราก็จะไปสู่เชิงตะกอน

เพราะฉะนั้นเวลาที่เหลืออยู่  มีไม่มากเลย
อย่าคิดว่า เรามีเวลาเหลือเฟือ
เราจะนั่งธรรมะเมื่อไรก็ได้
เพราะเราได้ทราบสูตรสำเร็จในการเข้าถึงธรรมกายแล้วว่า
ให้หยุด ให้นิ่ง ให้เฉยอย่างสบาย ๆ
เราจะทำเมื่อไรก็ได้ 
คิดอย่างนี้เรียกว่า ยังประมาทอยู่ !!!

เราจะต้องคิดว่า เราจะตายวินาทีนี้
ก่อนตาย...เราจะเอาอะไรเป็นสรณะ เป็นที่พึ่งที่ระลึก
หรือยึดเอาไปในภพเบื้องหน้า
คิดอย่างนี้แล้วเราจะได้ไม่ประมาท

ผู้ที่เข้าถึงพระธรรมกายไม่ได้
มีเพียงประการเดียว คือ ผู้ที่ไม่ทำเท่านั้น
ไม่เกี่ยวกับว่าบุญมากหรือบุญน้อย
มันขึ้นอยู่ว่าจะทำ หรือไม่ทำ
อยากได้หรือไม่อยากได้เท่านั้นเอง

คุณครูไม่ใหญ่
๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๖
0

แก่นสารของชีวิตอยู่ที่ไหน ?




ความจริงในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารเลย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคน สัตว์ สิ่งของ
เรื่องธุรกิจ การงาน บ้านช่อง
เรื่องอะไรก็ไม่เป็นแก่นสารของชีวิตเลย

สิ่งที่สำคัญ คือ การฝึกจิตให้หยุด ให้นิ่ง
ให้บริสุทธิ์ ให้เข้าถึงธรรมภายใน

ดูชีวิตของชาวโลกทั่วไป
ตายแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้
นอกจากบุญและบาปเท่านั้น
ทั้งโลกก็เป็นอย่างนี้

เพราะฉะนั้น แก่นสารของชีวิตอยู่ที่ใจหยุด ใจนิ่ง
ใจที่ดิ่งเข้าไปสู่ภายใน
ไปพบสรณะภายในซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง

คุณครูไม่ใหญ่
๑๕ กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๕๕๙
0

บทสรุปงบดุลชีวิต



ตอนก่อนจะเดินทางไปสู่ปรโลก แทนที่จะตัดสินกันด้วยความชำนาญในอาชีพ ที่เราได้ฝึกฝนเลี้ยงชีพมาตลอดชีวิต หรือตัดสินจากการได้ครอบครองทรัพย์สิน มีลาภยศสรรเสริญ พวกพ้องบริวาร หล่อ รวย สวย ฉลาดก็หาไม่

แต่กลับไปตัดสินกันที่หมองกับใส ซึ่งเกิดจากบุญและบาปที่ได้กระทำไว้ เป็นบทสรุปงบดุลชีวิตในตอนนั้นว่า ใจใครจะผ่องใสหรือเศร้าหมอง

ถ้าใครใจใส...ก็ไปสุคติโลกสวรรค์
ถ้าใครใจหมอง...ก็ไปอบาย

      “หมองกับใส” ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราตอนที่ยังแข็งแรงอยู่ ทั้งทางกาย วาจา ใจ ถ้าทำบุญ สร้างความดี ใจก็จะผ่องใส ไม่เศร้าหมอง ถ้าทำบาปใจก็เศร้าหมองไม่ผ่องใส ถ้าทำทั้งบุญทั้งบาป  ก็ขึ้นอยู่กับว่า  เราจะเปิดช่องไหนให้ใจรับ

สิ่งใดที่ทำเป็นอาจิณกรรม ทำบ่อย ๆ ภาพนั้นจะมาปรากฏก่อน  จะมาฉายให้เราเห็นอย่างต่อเนื่อง  เดี๋ยวภาพบุญบ้าง ภาพบาปบ้างสลับกันไป บางช่วงภาพบุญยาว  ภาพบาปสั้น บางช่วงภาพบาปยาว  ภาพบุญสั้น  สลับไปสลับมา แล้วเห็นอยู่คนเดียว  กองเชียร์อยู่รอบข้างไม่เห็น 

สำคัญภาพสุดท้าย...
ของใครได้ภาพที่ดี ก็ไปสุคติ 
ใครได้ภาพไม่ดี ก็ดึงดูดให้ไปอบาย
นี่บทสรุปของชีวิต...เขาสรุปกันตรงนี้

คุณครูไม่ใหญ่

๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖
13

Facebook