คำอธิษฐานจิตประจำวัน




ทุกครั้งที่ทำบุญต้องอธิษฐานจิต เพื่อเป็นการตั้งผังชีวิตในอนาคต หลายคนอาจจะเจอปัญหาว่า ทำบุญแล้วไม่รู้จะอธิษฐานอย่างไรดี  จึงขอน้อมนำคำอธิษฐานจิตประจำวันมาแบ่งปัน (ซึ่งได้ปรับให้เหมาะสมกับทุกคน)  หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับท่านที่สนใจ / jawan

คำอธิษฐานจิตประจำวัน

ด้วยบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้ว ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้มีความบริสุทธิ์หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ  ให้เข้าถึงฐานะอันประเสริฐ  ที่เลิศทั้งมนุษย์สมบัติ  ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ ให้ได้สมบัติอัศจรรย์ทันใช้สร้างบารมีในปัจจุบันชาตินี้
         เมื่อยังต้องเวียนว่ายตายเกิดถือกำเนิดมาเป็นมนุษย์ ให้ได้เพศบริสุทธิ์ บังเกิดในตระกูลสัมมาทิฐิ ให้ถึงพร้อมด้วยที่สุดแห่งรูปสมบัติ  ที่สุดแห่งทรัพย์สมบัติ  ที่สุดแห่งคุณสมบัติ  ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข  และได้บรรลุมรรคผลนิพพาน  มีสมบัติมหาศาล  สมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องบังเกิดขึ้นทุกภพทุกชาติ
          ให้ได้บรรลุธรรม สามารถระลึกชาติได้ ให้มีดวงปัญญาสว่างไสว เป็นบัณฑิตนักปราชญ์  ฉลาดในศาสตร์ทั้งปวง ให้รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดทั้งทางโลกและทางธรรม บาปกรรมอย่าได้มากล้ำกราย ให้สามารถขจัดมารร้าย ทั้งวิบัติบาปศักดิ์สิทธิ์  วิบากกรรมวิบากมาร อุปสรรคต่าง ๆ นานาในชีวิตให้มลายหายสูญ  บุญศักดิ์สิทธิ์เกื้อกูลให้ชีวิตบริบูรณ์ตลอดไป
         ธรรมอันใดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้บรรลุขอจงบรรลุธรรมนั้น ได้สำเร็จวิชชา ๓  วิชชา ๘  อภิญญา ๖  ปฏิสัมภิทาญาณ ๔  วิโมกข์ ๘  และจรณะ ๑๕   อย่างสะดวกสบาย มีดวงปัญญาสว่างไสว  รู้ญาณแม่นยำ  
         ขอความปรารถนาทั้งมวลของข้าพเจ้าจงเป็นผลสำเร็จ  จงเป็นผลสำเร็จ จงเป็นผลสำเร็จ  ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์จงทุกประการเทอญ
นิพพานะ   ปัจจะโย   โหตุ 
5

ทำไมจึงตั้งชื่อว่า..วัดพระธรรมกาย?


       
       คำว่า “พระธรรมกาย” เป็นกายตรัสรู้ธรรมภายใน  หมายถึง พระพุทธเจ้าภายในตัวของเรา ที่ใช้คำนี้นำมาประดิษฐานเป็นชื่อของวัด  เป็นชื่อของมูลนิธิ เพราะคำว่า “ธรรมกาย” แม้มีอยู่ในตัว  คนรู้ได้ยาก  แล้วก็เกิดขึ้นได้ยากในโลก  ก็อยากจะคงคำนี้เอาไว้
       ป้าย “วัดพระธรรมกาย”  หลวงพ่อจึงให้ตอกเสาเข็มลึกลงไป ๒๑ เมตร  ความจริงแล้วป้ายไม่ได้หนักอะไร แต่วัตถุประสงค์เพื่อให้คำนี้อยู่นาน ๆ เผื่อโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญพังไปแล้ว  แต่ป้ายยังอยู่ ใครผ่านไปผ่านมา เห็นป้าย “วัดพระธรรมกาย”  จะได้เฉลียวใจว่า    คำนี้มีความสำคัญอย่างไร  จะได้เกิดการศึกษาเรียนรู้ที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร
คุณครูไม่ใหญ่
25 มีนาคม พ.ศ. 2547

26

ที่สุดแห่งสมบัติ ๓


 

มหาทานบารมีที่เรานำปัจจัย ๔ มาฝากฝังไว้ในพระพุทธศาสนา
จะไปเป็นสมบัติใหญ่ติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ
ทำให้เราสร้างบารมีได้สะดวกสบายง่ายดายกว่าชาตินี้
พอลงมาเกิดก็เป็นอุปกรณ์ในการสร้างบารมีของเรายิ่ง ๆ ขึ้นไป

ถ้ามีบารมีมากเราจะได้ที่สุดแห่งสมบัติทั้ง ๓ คือ

ที่สุดแห่งรูปสมบัติก็ได้...กายมหาบุรุษ
ที่สุดแห่งทรัพย์สมบัติก็ได้...สมบัติจักรพรรดิ
ที่สุดแห่งคุณสมบัติก็ได้...วิชชา
วิชชา ๓ วิชชา ๘ อภิญญา ๖ วิโมกข์ ๘ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ วิชชาธรรมกาย

ที่สุดจะไปรวมประชุมกันอยู่ตรงนั้น
แต่ถ้าหากบารมียังอ่อน ๆ อยู่
ก็ได้ลดหย่อนกันลงมา

คุณครูไม่ใหญ่
อาทิตย์    ตุลาคม  .. ๒๕๔๕ 

12

เมื่อหมอแนะนำให้ทำแท้ง

·       เมื่อหมอแนะนำให้ทำแท้ง
ในกรณีที่คนท้องมีความผิดปกติบางอย่างที่ร้ายแรง ที่คุณหมอท่านยืนยันว่า ต้องทำแท้งเด็กออกเพื่อรักษาชีวิตแม่ไว้ หากเป็นกรณีนี้ต้องตัดสินอย่างไร

คุณครูไม่ใหญ่:
ในกรณีที่คนท้องมีความผิดปกติบางอย่างที่ร้ายแรง ที่คุณหมอยืนยันว่า ต้องทำแท้งออกเพื่อรักษาชีวิตแม่ไว้ หากเป็นกรณีนี้ก็ให้ทำตามหลักวิชชา คือ
ในกรณีที่ลูกยังไม่ตายในท้อง ก็ให้ทำบุญ ให้นึกถึงบุญทุก ๆ บุญที่ทำ เพื่อใจจะได้อยู่ในบุญ แล้วก็อธิษฐานจิตนึกถึงบุญว่า ให้รอดปลอดภัย
ความเห็นครูไม่ใหญ่ว่า ไม่ควรทำแท้ง  แต่ถ้าลูกตายในท้อง จึงค่อยเอาออก คือ ให้ทำบุญเอาไว้ถ้ายังไม่ตายในท้องอยู่ในบุญ นึกถึงบุญ นึกถึงพระรัตนตรัย ทำทุก ๆบุญ  แล้วอธิษฐานให้หาย นึกถึงบุญไปเรื่อย ๆ ให้ใจอยู่กับบุญจ้ะ
คุณครูไม่ใหญ่
๓  สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๕๐

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
1

สูติแพทย์จะบาปไหม?


 ·       คุณหมอสูติแพทย์
แพทย์บางสาขาต้องเสี่ยงต่อการทำกรรม เช่น สูติแพทย์ ถ้าเด็กในครรภ์สงสัยว่าจะพิการหรือไม่สมประกอบ ในทางการแพทย์เห็นว่าควรทำแท้งได้ อย่างนี้ในทางกฎแห่งกรรมผิดหรือไม่ครับ และจะแก้ไขอย่างไรครับ

คุณครูไม่ใหญ่:
การทำแท้ง ไม่ว่ากรณีใด ล้วนมีวิบากกรรมทั้งสิ้น แต่ว่ากรรมมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับเจตนา เช่น รับทำแท้ง เพราะผู้ท้องไม่พร้อม ด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเกิดจากความรักสนุกอย่างนี้บาปมาก
แต่ถ้าพิจารณาว่า เด็กคนนี้คงจะพิการ หรืออาจจะไม่สมประกอบจึงทำแท้ง ตามหลักวิชชาอย่างนี้ก็บาปแต่น้อยลงมาหน่อยหนึ่ง ซึ่งก็จะมีผลทำให้อายุไม่ยืนในภพชาติต่อไป หรือถ้ากรรมทำแท้งมากก็จะถูกทำแท้งบ้าง เช่นเดียวกัน
ถ้าใครอยู่ในประเภทหลัง คือ สมมติว่า เป็นสูตินารีแพทย์ จะต้องตัดสินใจอย่างนี้ก่อน อย่าลืมทำบุญเยอะ ๆ เพราะกรรมทำแท้งทำให้อายุไม่ยืน เราก็ไปทำบุญให้อายุยืน ๆ เช่น ถวายกองทุนยารักษาโรคเป็นสังฆทาน จะเอากี่กองก็ได้ หรือไปเลี้ยงพระ ก็จะมีอานิสงส์ได้อายุ วรรณ สุขะ พละ ปฏิภาณ ให้อายุพระศาสนา หรือบวชพระสืบอายุพระศาสนาอย่างนี้ หนักก็จะเป็นเบา เบาก็จะหาย ถ้าบุญนี้ให้ผลก่อน อายุก็จะยืน  ถ้าบาปทำแท้ง ด้วยการพิจารณาของสูติแพทย์ หนักก็จะเป็นเบา หรือตามไม่ทัน แต่ถ้าทันมันก็ต้องยอมเขา
เพราะฉะนั้นก็ต้องทำบุญเยอะ ๆ หนีกรรมกันไป เพราะเรามาอยู่ ณ  ที่ตรงนี้ก็ต้องทำหน้าที่ตรงนี้ให้มันสมบูรณ์ ก็ไปตัดสินใจเอานะลูกนะ
คุณครูไม่ใหญ่

๑๖  สิงหาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๘
1

ต้องฝึกตัว


ต้องฝึกตัว
*************
เราจะต้องฝึกตัวของเราให้มากกว่าใคร ๆ ที่เขาฝึกตัว
เพราะเราเป็นผู้ที่จะไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนา
ให้กลับมาเฟื่องฟูเหมือนย้อนยุคสมัยพุทธกาล
ให้ทำประหนึ่งว่า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่
นึกทุกลมหายใจเข้าออก
แล้วเราจะมีแรงใจที่จะฝึกฝนพัฒนาตนเองให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป
 *************
คุณครูไม่ใหญ่
8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
11

เข้าวัดให้เป็น...ทำอย่างไร?



วันพระ ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เราจะต้องไปเข้าวัด อย่าอยู่บ้านกันเลย อยู่บ้านก็มีแต่กลุ้ม มีแต่เครื่องกังวล ไปเข้าวัดสั่งสมบุญกันดีกว่า
เวลาเข้าวัด ต้องเข้าวัดให้เป็น เข้าวัดให้เป็นทำอย่างไร คือต้องให้เป็นทางมาแห่งบุญของเรา อะไรที่เป็นทางมาแห่งบุญ เราเอาหมด จะจัดวางเรียงรองเท้า ทำความสะอาดเสนาสนะ ไปถวายภัตตาหาร ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม
เวลาฟังธรรม อย่าไปคุยแข่งกับพระ ต้องให้ความเคารพในธรรม เพราะท่านเป็นตัวแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กำลังนำความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาสอนให้เรารู้ว่า จะต้องดำเนินชีวิตอย่างไร
การเคารพในธรรม เคารพในทาน มีอานิสงส์ คือ
เราจะได้รับความเคารพยกย่องในทุกสถานที่
จะมีสามีภรรยา สามีภรรยานั้นก็เกรงใจ
จะมีบุตรธิดา บุตรธิดาก็จะเคารพเชื่อฟัง
จะมีบริวารในบ้าน นอกบ้าน ที่ทำงานทุกหนทุกแห่ง จะได้รับการยกย่อง ให้เกียรติ ได้รับการชื่นชม ให้ความสำคัญแก่เรา
นี้คืออานิสงส์จากการฟังธรรมโดยเคารพ หรือทำทานโดยเคารพ
เพราะฉะนั้น เมื่อเรามาวัดแล้ว ต้องฉลาดในการสั่งสมบุญ เห็นอะไรที่เป็นทางมาแห่งบุญ ในบุญกิริยาวัตถุ 10 เราทำหมดทุกอย่าง และทำด้วยความเคารพ ด้วยจิตใจที่เบิกบานว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต ด้วยการเห็นความสำคัญตรงนี้ จะมีอานิสงส์ทำให้ เวลาที่ใครเห็นเรา ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิด ในบ้าน นอกบ้าน หรือที่ไหนก็ตาม ก็จะให้ความเคารพ ให้ความสำคัญกับเรา
คุณครูไม่ใหญ่
๒  กันยายน พ.. ๒๕๔๘
14

เขาว่า...วัดพระธรรมกายขายบุญ?



บุญไม่มีการซื้อ ไม่มีการขาย  อยากจะได้ก็ต้องทำเอา
ไม่ใช่ธุรกิจ  ไม่ใช่สินค้า
ไม่ใช่กล้วยทอด ไม่ใช่เต้าฮวย เฉาก๊วย ซีเฉ๊กฉ่าย เกี่ยมฉ่าย
“บุญ” ไม่ใช่สินค้า แต่เป็นเรื่องของจิตใจ
ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสติปัญญา
มองการณ์ไกลไปในอนาคต
ทำตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่า
ชีวิตในวัฏสงสาร ถ้าไม่ทำบุญแล้วน่าสงสาร มันลำเค็ญ

พระพุทธองค์จึงสอนให้ทำบุญเอาไว้
เพราะบุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต
ทั้งในมนุษยโลก และในเทวโลก ตลอดจนในสังสารวัฏ

เราจะสมบูรณ์ด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ
ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน วิชชาธรรมกาย
หรือสิ่งอะไรที่ดี ๆ เพราะบุญอย่างเดียวเท่านั้น

จะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี
เป็นพระอริยบุคคล ก็บุญอยู่เบื้องหลังทั้งนั้น
จะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระอริยเจ้า
พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็บุญอีกเหมือนกัน

เพราะฉะนั้น ซื้อขายบุญไม่มีนะลูกนะ
ได้ยินคำนี้แล้ว อย่าไปท้อใจ อย่าคลางแคลงใจ

เชื่อพระพุทธเจ้า...อย่าเชื่อขี้เมา!

คุณครูไม่ใหญ่
11 พฤษภาคม พ.ศ. 2546
23

ชิงช่วงสร้างบารมี




ชิงช่วงสร้างบารมี

ความมืดในโลก
มีไม่เกิน ๑๒ ชั่วโมง
พอถึงชั่วโมงที่ ๑๓
ก็สว่างแล้ว

เช่นเดียวกัน ความมืดในชีวิต หรือความมืดในเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ก็อยู่กับเราได้ไม่นาน ไม่ช้าก็จะจากไป เราควรชิงช่วงเวลาในสถานการณ์เช่นนี้สร้างบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป  เพราะเป็นสถานการณ์ที่วัดกำลังใจในการสร้างบารมีของเรา

            ยอดนักสร้างบารมีทั้งหลายในกาลก่อน ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ก็เพราะเขาชิงช่วงสร้างบารมีในยุคทุพภิกขภัย ยุคข้าวยากหมากแพง หรือช่วงที่เกิดกลียุคต่าง ๆ เพราะกระแสบุญจะส่งผลแรงในช่วงนั้น เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก  ดังนั้นผู้ที่ทำได้ ต้องมีกำลังใจอันสูงส่ง เมื่อสามารถทำได้แล้ว  ก็จะเกิดมหาปีติ ส่งผลให้กระแสธารแห่งบุญที่สอดละเอียดซ้อนลงมาในกลางกายมีกำลังแรงมากกว่าปกติ จนสามารถพลิกผันชีวิตของเขาให้ประสบความสำเร็จยิ่งกว่าใคร ๆ ทั้งหมด

            ดังนั้น อย่าหวั่นไหวต่อสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาของเศรษฐกิจที่มีขึ้นมีลงอย่างนี้เรื่อยมา เพราะเรายังไม่ชนะเขา ยังมีการต่อสู้กันอยู่ระหว่างธรรมะกับอธรรม  ขอให้ลูก ๆ ทุกคน ถือโอกาสนี้เป็นโอกาสทองของยอดนักสร้างบารมี ที่จะชิงช่วงเศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้สร้างบารมีอย่างยิ่งยวด เพื่อบุญในครั้งนี้จะส่งผลให้เราประสบความสำเร็จในชีวิต เช่นเดียวกับยอดนักสร้างบารมีทั้งหลายในกาลก่อน

คุณครูไม่ใหญ่

4 มกราคม พ.ศ. 2541



11

รู้จักดวงบุญไหม?

                                     (หมายเหตุ: ภาพดวงแก้ว  ไม่ใช่ดวงบุญ)

            ทุกครั้งที่เราสร้างความดี  ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ  ทำทาน  เจริญภาวนา  บุญก็จะเกิดขึ้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗  เป็นกระแสที่ใสสว่างสะอาดและบริสุทธิ์ เหมือนเพชรลูกที่เจียระไนแล้วยามต้องแสงสว่างจากพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวันอย่างนั้น แต่ต่างกันที่บุญจะมีความละเอียดยิ่งกว่า

            กระแสบุญ เมื่อหลั่งไหลเข้าสู่ศูนย์กลางกายก็จะรวมเป็นดวง  เรียกว่า  ดวงบุญ”  ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายของเราทุกคน  ดวงบุญนี้แหละเป็นต้นเหตุแห่งความสุขความสำเร็จ  เมื่อเราปรารถนาสิ่งใด  ก็ให้อธิษฐานจิตที่กลางดวงบุญนั้น

คุณครูไม่ใหญ่
5

ทำไมต้องชวนทำบุญบ่อย ๆ ?




            บุญ แปลว่า เครื่องชำระใจให้บริสุทธิ์  เมื่อใจบริสุทธิ์ ใจจะมีคุณภาพ ความใสความสว่างจะบังเกิดขึ้น  นี้แหละคือ  ตัวบุญ  กระแสบุญ  อยู่ตรงกลางดวงบุญ 

บุญเกิดขึ้นเมื่อเราให้ทาน  รักษาศีล หรือเจริญภาวนา  จะทำให้จิตมีคุณภาพขึ้น  มีอานุภาพส่งกระแสบุญไปทุกทิศทุกทาง สามารถดึงดูดสมบัติทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกได้

เมื่อยามใดที่เรามีบุญ  กระแสบุญจะส่งผล  เราก็รวมสมบัติให้มาเป็นของเราได้ แต่ยามใดบุญน้อย กระแสบุญก็อ่อนตัวลง สมบัติแม้มีอยู่ก็สูญสลายไป  พลัดพรากไป  เพราะไม่มีแรงดึงดูดเข้ามา            

           เพราะฉะนั้น สมบัติจะอยู่กับเราได้ ต่อเมื่อเรามีบุญ ถ้าหมดบุญก็เปลี่ยนมือไป  บุญจึงเป็นสิ่งสำคัญ   แม้เรามองไม่เห็นด้วยตา สัมผัสไม่ได้ด้วยมือ  แต่ว่าสิ่งนั้นมีอยู่ จะเห็นได้ก็ต้องเข้าถึงธรรมกาย  มีญาณทัสสนะเกิดขึ้น เราจะเห็นกระแสธารแห่งบุญ  ซึ่งอยู่ในกลางดวงบุญ  คอยส่งกระแสออกไปทุกทิศทุกทาง 

           แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ในระหว่างที่สร้างบารมี ท่านก็สั่งสมบุญของท่านอยู่เป็นนิจ เพราะท่านรู้เห็นว่า บุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่ชีวิตในระดับของปุถุชน จนกระทั่งเป็นพระอริยเจ้า

คุณครูไม่ใหญ่
5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538


7

อานิสงส์การสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย



พระรัตนตรัยมีคุณไม่มีประมาณ
เข้าถึงได้จะมีความสุขทั้งในปัจจุบัน
ละโลกแล้วก็นำไปสู่สุคติโลกสวรรค์
ด้วยอานุภาพของการสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยที่มีคุณไม่มีประมาณ จะช่วยขจัดทุกข์โศกโรคภัย สิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ  ที่มาเกิดกับเราและมวลมนุษยชาติทั้งหลายให้ละลายหายสูญไป
ในการสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยนั้น เราต้องฝึกท่องบทสวดให้จำได้จนคล่องปากขึ้นใจ ขณะสวดให้นั่งพับเพียบ พนมมือ หลับตา เอาใจจรดไปที่ศูนย์กลางกาย นึกถึงองค์พระหรือดวงธรรมใส ๆ โตใหญ่ขนาดไหนก็ได้ แล้วแต่ใจเราชอบ  หากยังนึกไม่เห็น ไม่เป็นไร ให้ทำความรู้สึกว่า มีองค์พระหรือดวงธรรมใส ๆ อยู่ในกลางท้องของเรา แล้วทำความรู้สึกประหนึ่งว่า เรานั่งอยู่ในอายตนนิพพาน กำลังเข้าเฝ้าเฉพาะพระพักตร์ของพระพุทธองค์ 
เสียงที่เปล่งออกมา ไม่ใช่ว่าดังออกมาจากปาก หรือว่าแค่คอของเราเท่านั้น แต่ให้เป็นเสียงแก้วที่กลั่นออกมาแล้วจากแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ภายในลึก ๆ จากองค์พระใส ๆ จากดวงธรรมใส ๆ ผ่านศูนย์กลางกาย 
หรือจำง่าย ๆ ว่า เสียงสวดมนต์นั้นได้เปล่งออกมาจากกลางท้อง แล้วค่อยออกมาที่ปากของเรา เสียงที่เปล่งออกมา ให้เป็นเสียงที่ดังพอดี ๆ  ไม่ดังในระดับเสียงตะโกน  หรือไม่ค่อยเหมือนเสียงกระซิบ แต่ให้ดังในระดับที่เราได้ยินด้วยหูของเราเอง และคนข้าง ๆ ได้ยิน
เสียงที่สวดออกมาดี  จะมีอานุภาพไปไกล  ที่กายละเอียดทั้งหลาย  หรือใครที่ได้ยินได้ฟังก็จะชุ่มชื่น  จิตใจเบิกบาน สว่างไสว  และไม่ใช่ว่าสวดเฉพาะพวกเรา  แม้กายละเอียดที่มีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยก็จะร่วมสวดไปพร้อม ๆ กันด้วย
ทุกครั้งที่เราสวดมนต์ ใจเราก็จะถูกกลั่นให้สะอาด บริสุทธิ์  บุญก็เกิดขึ้นกับตัวเรา ใจก็เป็นมงคล ปากเราก็เป็นมงคล หูเราก็เป็นมงคล  ทั้งเนื้อทั้งตัวเราเป็นสิริมงคลทั้งหมด วิบากกรรมที่ติดมาข้ามภพข้ามชาติ เพราะอกุศลเข้าสิงจิต ทำให้เราพลาดพลั้งคิดผิด พูดผิด ทำผิด  ก็จะถูกกลั่นแก้ไปด้วย หนักก็จะเป็นเบา เบาก็จะหาย  จิตใจที่ขุ่นมัวก็จะใสสว่าง
ไม่เพียงเท่านั้น เสียงที่กระจายออกไปจากใจใส ๆ ที่เกิดจากความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยนั้น จะเชื่อมเป็นพลังใจซึ่งกันและกัน กระจายขยายเชื่อมกับบรรยากาศรอบตัว แล้วแผ่ขยายไปทุกทิศทุกทาง ไปถึงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว จักรวาลน้อยใหญ่ต่าง ๆ อันไม่มีประมาณ  จะเป็นกระแสคลื่นแห่งความบริสุทธิ์ที่ขยายไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ที่จะช่วยขจัดสิ่งที่เป็นมลทินที่อยู่ในบรรยากาศ ทุกข์ โศก โรคภัย สิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ ก็จะละลายหายสูญไป    ความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ  ความคิดเบียดเบียนกันก็จะค่อย ๆ ละลายจางหายไปเรื่อย  ๆ สิ่งที่เป็นมลทินต่าง ๆ จะค่อย ๆ ถูกกลั่นแก้กันไป
การสวดสรรเสริญบทพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ใช้เวลาสวดเพียงไม่นาน แต่อานิสงส์นั้นมีมากมาย จะทำให้ใจเราผ่องใส  เมื่อจิตผ่องใส ไม่เศร้าหมอ งสุคติก็เป็นที่ไป 
เราจะนำเงินทอง อัญมณี รัตนอันมีค่า หรือนำเงินไปซื้อทองเท่าภูเขาเพื่อไปต่อรองกับพญายมราช ให้บุคคลผู้มีใจเศร้าหมองไม่ต้องไปอบายนั้นไม่ได้ แต่จิตใจอันผ่องใสเราได้มาด้วยอานุภาพแห่งการสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยอันมีคุณไม่มีประมาณ เมื่อใจเราผูกพันกับพระรัตนตรัย จิตใจผ่องใส สุคติก็เป็นที่ไป

เพราะฉะนั้น ต้องหมั่นสวดสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัยด้วยจิตอันเลื่อมใสกันทุก วัน และเวลาสวดให้สวดด้วยใจที่ชุ่มชื่น เบิกบาน ให้มีความเคารพเลื่อมใสในพระรัตนตรัยอย่างแท้จริง  สวดมนต์อย่างถูกหลักวิชชาอย่างนี้จึงจะเรียกว่า สวดมนต์เห็นธรรม ที่มีอานิสงส์ไม่มีประมาณ

คุณครูไม่ใหญ่
เรียบเรียงจากโอวาทวันที่ ๑๘ - ๒๐  กุมภาพันธ์ พ.. ๒๕๔๗


22

วิบากกรรมผู้ใช้สื่อในการใส่ร้ายบิดเบือนผู้อื่น




บุคคลที่ใช้สื่อในการใส่ร้ายบิดเบือนผู้อื่น
มักจะมีจิตใจที่ขุ่นมัว
คิดแต่ว่าจะเอาความผิดไปใส่เขาอย่างไร
และก็คิดหาผลกำไรเป็นปกติ

เพราะฉะนั้น จะมีแต่สิ่งชั่วร้ายอยู่ในใจตลอดเวลา
ผ่านกระบวนความคิด คำพูด และการกระทำ

คนพวกนี้เมื่อตายไปแล้ว...
ด้วยจิตเศร้าหมอง ก็จะไปบังเกิดในมหานรก ขุมที่ ๔
จะถูกดึงดูดวูบลงไปเลย
จะไม่ไปโดนพิพากษาแบบในยมโลกซึ่งเป็นลหุโทษ
และจะถูกทรมานในรูปแบบต่าง ๆ ทุกข์ทรมานมาก

คุณครูไม่ใหญ่
๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
10

งานของผู้รู้

  
การปฏิบัติธรรม...
เพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน
คืองานที่แท้จริงของเรา
และชาวโลกทั้งหลาย

ดูท่านั่งของเราเหมือนคนไม่ได้ทำการงานอะไรเลย  แต่จริง ๆ แล้วกำลังทำงานที่แท้จริง  งานที่ยิ่งใหญ่ คืองานขจัดกิเลสอาสวะ  ขจัดศัตรูที่แท้จริงที่อยู่ภายใน  เป็นสงครามภายในที่รบกับศัตรูที่แท้จริง  เป็นสงครามภายในเพื่อสันติภาพภายนอก

ทุกขั้นตอนของสงครามภายใน  ไม่มีการพลัดพราก  ไม่มีเลือด  ไม่มีน้ำตา  ไม่มีความโศกเศร้าเสียใจ  คับแค้นใจพร่ำพิไรรำพัน มีแต่ความสุข สดชื่น เบิกบาน ความรู้แจ้งเห็นจริง กำลังใจในการสร้างความดี  ความรักปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายจะเกิดขึ้น

ดูเหมือนไม่ได้ทำอะไร คล้ายคนเกียจคร้าน แต่ชาวโลกเขาเคลื่อนไหว  เขาคิด เขาพูด เขาทำ เขายืน  เขาเดิน เขาวิ่ง  ติดต่อโน่นนี่  คนโน้นคนนี้  ดูภายนอกเหมือนเขาขยันนะ  ดูเขาทำอะไรตั้งเยอะแยะ แต่แล้วไม่ได้อะไร ตายไปจะเอาตัวรอดจากอบายภูมิได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้  สุขที่แท้จริงก็ไม่เคยเจอ ความจริงของชีวิตก็ไม่รู้จัก

งานของผู้รู้อย่างหนึ่ง  งานของผู้ไม่รู้อีกอย่างหนึ่ง  งานของผู้รู้มีความสุข ความสำเร็จ  ความพ้นจากทุกข์เป็นผล  แต่งานของผู้ไม่รู้อาจจะได้ทรัพย์มาบ้าง แต่ก็ได้มาเดี๋ยวก็ใช้ไป  มีขึ้น มีลง มีได้ มีเสีย  มีแรงกดดัน  มีปัญหา  มีหายนะ  มีมรณะ มีวัฒนะบ้างสลับวนเวียนกันไป

ลูกทุกคนต้องหมั่นฝึกฝนอบรมใจ  จะต้องหยุดใจให้ได้  หยุดไม่ได้อันตราย  หยุดไม่ได้เราจะเข้าไปไม่ถึงพระรัตนตรัย  แล้วเราจะไม่ได้ลิ้มรสความสุขที่แท้จริงเลย  แม้เราจะเพรียกหา แสวงหา  หรือโหยหาแค่ไหนก็ตาม  ไม่มีวันรู้จัก เพราะว่าสุขที่แท้จริงที่ผู้รู้ทั้งหลายได้ไปสัมผัสมายืนยันเหมือนกันหมดว่า  ต้องหยุดกับนิ่งอย่างเดียว

คุณครูไม่ใหญ่
วันอาทิตย์ที่  ๖  เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖
9

มีบางคนคิดว่า ที่พระมาวัดพระธรรมกายเยอะ ๆ เพราะเราไปจ้างท่านมา?



มีบางคนคิดว่า ที่พระมาวัดพระธรรมกายเยอะ ๆ เพราะเราไปจ้างท่านมา?

คุณครูไม่ใหญ่:
โปรดรับทราบว่า พระมหาเถรานุเถระ พระสังฆาธิการ ๓ หมื่นกว่าวัด ไม่ใช่ว่าท่านมาวัดเรา เพราะอยากได้เครื่องไทยธรรม อย่าไปคิดตื้น ๆ ต่ำ ๆ อย่างนั้น  ท่านมีเหลือเฟือ
ท่านบวชแล้ว ท่านก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว หวังทำพระนิพพานให้แจ้งเท่านั้น แต่ท่านเห็นแก่การคณะสงฆ์ เห็นว่าในคราวนี้ ถึงคราวที่ทุกวัดจะต้องรวมกัน เพื่อความเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้นของพระพุทธศาสนา เพราะว่าในยามนี้ หรือที่ผ่านมา พระพุทธศาสนาถูกโจมตีขึ้นหน้าหนึ่งอยู่เรื่อย ๆ
ท่านมาเพื่อที่จะมาทำความคุ้นเคยกัน รู้จักกัน แล้วก็จะได้ร่วมงานกัน ช่วยกันแก้ปัญหา ปัญหาบางอย่างแก้ตามลำพังได้ แต่ปัญหาใหญ่นั้นต้องมาช่วยกันแก้ ท่านถึงได้มา และไม่ได้หวังเอาเครื่องไทยธรรมอะไรของเราหรอก ท่านมาเพื่อการนี้
อีกประการหนึ่ง ท่านเอ็นดูหลวงพ่อ สงสาร อยากจะมาให้กำลังใจ เพราะฉะนั้นท่านถึงได้ทิ้งทุกอย่าง วางทุกสิ่ง ทั้ง ๆ ที่ ท่านมีภารกิจมาก ต้องสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์และมีกิจอย่างอื่นอีกหลาย ๆ อย่างที่จะต้องทำ กิจบางอย่างท่านยอมเลื่อนออกไป เพื่อจะมาร่วมงาน
คุณครูไม่ใหญ่
27 มกราคม พ.ศ. 2545


28

Facebook