ว่าด้วย..มวลสาร..พระของขวัญ “รุ่นบรรลุธรรม”



หลวงพ่ออยากเชิญชวนลูกทุกคน ผู้มีบุญ มาพิมพ์พระกัน ซึ่งถอดแบบมาจากพระธรรมกายในตัว เพื่อเอาไว้สำหรับประดิษฐานในมหาธรรมกายเจดีย์ เอาไว้สืบอายุพระศาสนา แล้วก็เพื่อให้ลูกทุกคนจะได้จำได้แม่น ๆ จะได้นึกองค์พระออก
วัตถุดิบที่เป็นมวลสารในการสร้างพระผงรุ่นนี้ สิ่งที่สำคัญมาก ๆ คือ หินอ่อน  ซึ่งเป็นหินอ่อน ที่ปูพื้นโบสถ์ วัดโบสถ์บางคูเวียง จ.นนทบุรี ที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  ท่านได้บรรลุธรรมที่นั่น  ผสมกับดอกไม้ที่บูชามหาธรรมกายเจดีย์ที่เราบูชากัน นำไปตากแห้งบดละเอียด แล้วก็มีวัสดุอย่างอื่นผสมให้มันประสานกัน นำมาเป็นวัสดุสำหรับที่จะพิมพ์เป็นองค์พระ
สำหรับที่มาของแผ่นหินอ่อน คือ หลวงพ่อชวนลูก ๆ ทุกคนไปปฏิสังขรณ์อนุรักษ์สถานที่สำคัญที่บรรลุพระธรรมกายของพระเดชพระคุณหลวงปู่ของเรา  เพื่อเอาไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไปได้มาสักการบูชา เพื่อระลึกนึกถึงพระคุณของหลวงปู่ฯ
ด้วยความกรุณาของหลวงปู่เจ้าอาวาสที่นั่น เดี๋ยวนี้อายุท่าน ๘๐ กว่าแล้ว ท่านอยู่ทันสมัยพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ตอนนั้นท่านยังเป็นพระลูกวัดอยู่จึงทันได้เห็นข้อวัตรปฏิบัติของหลวงปู่วัดปากน้ำ ตอนที่ท่านมาเข้าพรรษาที่วัดนี้
หลวงปู่เจ้าอาวาสท่านยืนยันว่า พื้นโบสถ์หลังนี้ เป็นของดั้งเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย  แล้วก็ชี้ไปตรงที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำท่านนั่งปฏิบัติธรรมและบรรลุธรรม
หลวงพ่อก็ให้ไปปฏิสังขรณ์ใหม่ ทำทั้งโบสถ์เดิม  ลักษณะโครงสร้างเดิม แล้วก็สร้างที่ครอบใหม่ให้แข็งแรง กันลม กันฟ้า กันฝน กันแดด  ถ้าใครไปสักการบูชาแล้วก็ให้แข็งแรง  ก็จะได้มีโอกาสได้นั่งธรรมะปฏิบัติที่นั่นได้  จะได้ระลึกนึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ
แล้วก็เลยขอแผ่นหินอ่อนทั้งหมด ซึ่งมีประมาณ ๕๐๐ กว่าแผ่น ส่วนที่ชำรุดหลวงพ่อก็นำมาบดเป็นผงที่จะทำพระนี่แหละ หลวงพ่อดีใจมากเลย อย่างน้อยที่สุดอาสนะที่นั่งของท่าน ก็มีกระแสแห่งความบริสุทธิ์ที่อัดแน่นทีเดียว
ส่วนที่ดี ๆ หลวงพ่อก็จะนำไปประดิษฐานที่มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี จะได้เขียนไว้ที่ตรงนี้เป็นที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญบรรลุธรรม เผื่อใครมาจะได้ไปปิดทอง 
คุณครูไม่ใหญ่
24 กรกฎาคม พ.ศ. 2545


2

สร้างบารมีอย่างไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง เงื่อนไข !!!




เรื่องการสร้างบารมี
เราต้องทำให้ครบทุกอย่าง
เพราะเวลาเราอยู่ในโลกนี้...มีน้อย

ที่ว่ามีน้อย เพราะเราไม่รู้ว่า
วันพรุ่งนี้จะมีเราอยู่หรือไม่
เพราะฉะนั้น วันนี้ต้องทำบุญให้เยอะๆ

กิจอะไรที่ยังไม่ได้ทำ ที่เป็นความดี
ก็ต้องรีบทำให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์

เวลาใกล้จะละโลก
บุญก็จะมารวมประชุมกันหนาแน่นทีเดียว
ทำให้เราได้เข้าถึงองค์พระ
แล้วก็เห็นหนทางที่จะไป
จะมีชาวสวรรค์เขามาอัญเชิญเรา
เราจะตายก่อนตาย คือ ถอดกายไปก่อนเลย
ขณะกายเนื้อยังนุ่มนิ่มอยู่ แต่ข้างในถอดไปแล้ว
เรียกว่า ตายก่อนตาย มีความสุข สบาย
ไม่หวาดหวั่นในมรณภัย ซึ่งใคร ๆ ก็หวาดหวั่น วิตก
เพราะไม่รู้ว่า ตายแล้วไปไหน
ความไม่รู้ ทำให้กลัว ถ้าเกิดนรกมีจริง
ก็กลัวไปตกนรก นี่กลัวอย่างนี้
เพราะฉะนั้นสั่งสมบุญเอาไว้ให้เยอะ ๆ นะลูกนะ

คุณครูไม่ใหญ่
17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545


0

ความทุกข์ของนักบุญ !!!


#จัสมิน นางวิสาขาตัวน้อย

“บุญในตัวจะคอยปรุงแต่งชีวิต
ให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิต
ในธุรกิจการงาน ในทุกสิ่งที่เราปรารถนา
เคยสังเกตไหม  ทำไมคนเราถึงต่างกัน  บางคนประสบความสำเร็จในชีวิต แต่บางคนก็ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้ง ๆ ที่ใช้ความเพียรหนึ่งสมองสองมืออย่างมากเหมือนกัน 
ที่ประสบความสำเร็จ เพราะเขามีสายบุญที่ทำอย่างสม่ำเสมอต่อกัน ไม่มีสายวิบัติมาคั่นระหว่างกลาง เพราะฉะนั้นทำอะไรก็ราบรื่น ยิ่งขยัน ก็ยิ่งรวย แต่บางคนขยัน แต่ก็เหนื่อยฟรี เพราะสายสมบัติมันขาด เหตุเพราะทำบุญไม่สม่ำเสมอนั่นเอง
บุญจะเชื่อมติดกันอยู่ในกลางกายของเรา บางคนในอดีตทำบุญมาไม่สม่ำเสมอ ก็ต้องอาศัยบุญที่ทำในปัจจุบันนี้แหละ แต่บุญปัจจุบันก็เหมือนปลูกกล้าไม้ กว่าจะเจริญเติบโตออกดอกออกผลก็ต้องใช้เวลา ต้องให้เวลาบุญได้ทำงานบ้าง บางทีมันก็ไม่ได้ดั่งใจ เช่น เรามีความรู้สึกว่า บุญไม่ช่วย แต่จริง ๆ บุญกับบาปทำงานอยู่ตลอด ๒๔ น.

บุญปัจจุบันก็เหมือนกล้าไม้เล็ก ๆ ที่รอวันเจริญเติบโต

บาป ทำให้เราเกิดความทุกข์ทรมานในชีวิต อุปสรรคของชีวิต มีทุกข์โศกโรคภัย สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายเกิดขึ้น บุญ เขาก็แก้ไขอยู่ ๒๔ น. เหมือนกัน
แต่ถ้าหากว่า กำลังบุญน้อย กำลังบาปเยอะ มันก็แก้ไขได้ยาก 
หรือบาปในอดีตเยอะ แต่บุญในปัจจุบันเราเพิ่งทำ ก็เหมือนกล้าไม้เพิ่งขึ้น ถึงแม้ทำเยอะ แต่ก็ค่อย ๆ ส่งผลไป
แต่ถ้าบุญในอดีต  มันเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่มันออกดอกออกผลแล้ว มันก็ง่าย
ถ้าบุญในอดีตก็มีเยอะ บุญปัจจุบันก็สร้างมาก ความสำเร็จก็เป็นอัศจรรย์ ชีวิตราบรื่นตลอด
บุญ-บาป ชิงช่วงช่วงชิงกันตลอดเวลา 24 น.

เรื่องของบาปบุญ มันชิงช่วงช่วงชิงกันอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นยามใดที่เกิดอุปสรรคของชีวิต อย่าไปคิดว่า บุญไม่ช่วย เพราะเรามองไม่เห็นอดีตที่เราทำผ่านมา เราจึงคิดอย่างนั้น เราก็แสบเอาไว้เยอะ เคยดำเนินชีวิตผิดพลาดมา  กับมันไม่ได้ดั่งใจว่า ชีวิตนี้อุตสาห์ทำความดีมาทั้งชีวิต แต่ทำไมประสบสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ปรารถนา 
เมื่อบาปส่งผลก่อน เหมือนต้นไม้ใหญ่มีดอกผลแล้ว ชีวิตจึงเป็นทุกข์  เราเพิ่งสร้างบุญในปัจจุบันนี้ มันยังเป็นกล้าอ่อน ๆ เหมือนผู้ใหญ่กับเด็กจะไปสู้รบปรบมืออะไรไหว มันก็ค่อย ๆ ประทังกันไป
เพราะฉะนั้น เมื่อประสบอุปสรรคของชีวิต ทั้ง ๆ ที่เราเป็นนักบุญ ก็อย่าไปทุกข์ใจ อดทนกันไปชาติหนึ่ง สร้างความดีกันต่อไป บุญเขาก็ทำงานไป บาปเขาก็ทำงานไป เมื่อเราอดทนกันชาตินี้ ซึ่งอีกไม่กี่ปีก็จะหมดเวลาแล้ว ภพชาติต่อไปต้นไม้แห่งบุญเราเติบใหญ่ มันก็ให้ผล บาปมันก็ตามไม่ทัน เราก็จะปลื้มปีติกันในตอนนั้นแหละ


เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี และก็เป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของชาวโลก ที่เขายังไม่รู้เรื่องราวอะไรอีกเยอะแยะ เราเป็นผู้รู้แล้วในระดับหนึ่ง ที่ได้เรียนรู้คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อประสบทุกข์ ต้องไม่หวั่นไหว ไม่ทิ้งธรรมะ ไม่ทิ้งการสร้างบารมี ไม่ท้อถอย ไม่น้อยใจ ไม่มีความทุกข์ของนักบุญ แล้วเราจะได้สง่างามตลอดเวลา แม้กระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต ทิ้งแบบอย่างที่ดีไว้กับโลกใบนี้ ให้ผู้ที่มาภายหลังดำเนินต่อไป เมื่อละโลกไปแล้ว บุญส่งผลไปเสวยสุขในเทวโลก ซึ่งเป็นสุขยิ่งกว่าในมนุษย์มากมายนัก
ดังนั้นอดทนสู้ไปในยามที่ประสบทุกข์  แต่ในยามที่ประสบความสำเร็จ มีความสุขในชีวิต ก็อย่าหลงระเริงเหลิงตัว ประมาทในการดำเนินชีวิต ไม่สั่งสมบุญต่อไป มัวเพลินกับความสุขความสำเร็จของชีวิตที่เกิดขึ้นจากบุญเก่า เพราะบุญเก่าใช้ไป มันก็มีวันหมดสิ้นไปเรื่อย ๆ
บุญเก่าเขามีเอาไว้เพื่อต่อบุญใหม่ เพื่อสั่งสมบุญให้เยอะ ๆ เพราะเป้าหมายของเราคือที่สุดแห่งธรรม ไม่ใช่เป้าหมายเล็ก ๆ ในเมืองมนุษย์ เหมือนผู้ไม่รู้ทั้งหลายที่เขาข้องอยู่ ที่เขาติดอยู่ ความรู้สึกเรามันต้องสูงส่งเลยกว่าจุดตรงนั้นไป
คุณครูไม่ใหญ่

๑  เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
2

เราต้องปรองดอง



เราจะต้องรวมกันให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
เลิกแบ่งพรรค แบ่งพวก
มันหมดสมัยไปแล้ว

แล้วก็หันมาปรองดอง
มารู้รักสามัคคี
เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
มาสร้างบุญ สร้างบารมี
มาแสวงหาหนทางพระนิพพาน

แล้วมุ่งทำประโยชน์
ให้แก่เพื่อนมนุษย์กันจะดีกว่า
เดี๋ยวก็วัน เดี๋ยวก็คืน
เดี๋ยวก็จะหมดเวลาจากโลกนี้ไปแล้ว

คุณครูไม่ใหญ่

30 มกราคม พ.ศ. 2547 
0

วันนี้คุณนั่งสมาธิแล้วหรือยัง?



พวกเราทั้งหลายเป็นนักสร้างบารมี ก็ต้องสร้างบารมีกันต่อไป ทำกันให้เต็มที่ ใช้วันเวลาของชีวิตให้เป็นประโยชน์ ให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์

ใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพเหมือนกับบัณฑิตผู้รู้ในกาลก่อน เยี่ยงพระบรมโพธิสัตว์ในกาลก่อนที่ท่านได้แสวงหาหนทางแห่งความเต็มเปี่ยมของชีวิต ไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไร อยู่ในภพภูมิไหนก็ตาม ท่านก็แสวงหาหนทางพ้นทุกข์ มุ่งเข้าสู่ความละเอียด ความบริสุทธิ์ภายในกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย และก็แสวงหาต่อไปอีกด้วยวิชชาธรรมกาย จนขจัดกิเลสอาสวะหมดสิ้นไป ตัวเองก็พ้นจากบ่าวจากทาสของพญามาร และก็แนะนำสั่งสอนกันต่อ ๆ มา เพื่อให้หลุดพ้นจากการบังคับบัญชาของเขา

เรายังมีภารกิจที่จะต้องทำกันอีก เป็นกิจของผู้รู้ คือ การแสวงหาหนทางที่จะหลุดพ้นจากบ่าวจากทาสของพญามาร โดยมีเป้าหมายจะต้องไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมให้ได้ นี่คือกรณียกิจ คืองานที่ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง ที่เราจะต้องทำเพื่อตัวเราและชาวโลก ตลอดจนสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลาย

ดังนั้น อย่าประมาทกันนะ เวลาของชีวิตในโลกมนุษย์นี้มีอยู่จำกัด ให้ใช้วันเวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดสร้างบารมีให้เต็มที่ ให้ชีวิตมีคุณค่าด้วยการประพฤติธรรม ฝึกฝนอบรมจิตใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวให้ได้กันทุกคน

คุณครูไม่ใหญ่

๗   มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔
0

อานิสงส์การขัดสุขพิมาน



การขัดสุขพิมาน
สามารถลดมานะทิฐิในตัวเราได้
การอ่อนน้อมถ่อมตน
ด้วยการลดตัวลงไปทำงาน
ที่ใคร ๆ เห็นว่าต่ำต้อย
แต่จริง ๆ แล้วสูงส่ง
คือ การทำความสะอาดบุญสถาน
ด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยปีติสุขนั้น
ผู้ที่ไม่มีคุณธรรมทำได้ยาก
ต้องมีคุณธรรมอยู่ภายในจึงทำอย่างนี้ได้ 

มีอานิสงส์ คือ จะทำให้วิมานเราสว่าง 
บ้านเราก็จะสะอาดเป็นที่รื่นรมย์
จะมีผิวพรรณวรรณะผ่องใส
จะได้เห็นสถานที่ที่น่ารื่นรมย์
ทั้งในโลกมนุษย์และในเทวโลก
จะได้รับการยกย่องในทุกสถานที่
จะไปเกิดในตระกูลสูง มีอายุยืนยาว มีดวงปัญญา
จะเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย
จะเป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์
จะทำให้เราปฏิบัติธรรมได้สะดวก
และบรรลุธรรมได้อย่างรวดเร็ว

คุณครูไม่ใหญ่
๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙



0

มรดกธรรมจากคุณยายอาจารย์



คุณยายอาจารย์ฯ ท่านถือความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ  ท่านรักความสะอาดมากจนกระทั่งเวลาอยู่ใกล้ ๆ ท่าน เราจะรักความสะอาดไปด้วยอย่างที่เราไม่รู้ตัวเลย  
คุณยายได้วางระเบียบแบบแผนสำหรับวัดพระธรรมกายไว้ว่า จะทำให้เป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลก
ท่านสอนว่า บุญสถานนี้เป็นที่ตักตวงบุญ ให้ใช้ดวงปัญญาเอาว่า จะตักตวงบุญแค่ไหน เห็นใบไม้ตกอยู่บนถนนก็ให้เก็บไปใส่ถุงขยะเพชรพลอย  เห็นหยากเยื่อหยากไย่ที่ติดตามมุ้งลวดหรือเพดานต้องปัดกวาดออก เพราะมันกันทรัพย์สมบัติที่จะไหลมาหาเรา
แล้วก็ต้องยิ้มแย้มแจ่มใส ช่วยกันต้อนรับผู้มาเยือน ท่านอบรมลูกหลานอย่างนี้เรื่อยมา บางสถานที่ที่น่ารังเกียจ อย่างในห้องน้ำ ท่านก็ลงมือทำเอง ล้วงคอห่านเอง ทำความสะอาดราวกับว่าเป็นสถานที่พิเศษ
แล้วสอนว่า “ห้องน้ำ คือ ห้องรับแขก อย่าไปรังเกียจ ต้องทำให้สะอาด มันเป็นสัญลักษณ์ของผู้มีคุณธรรม และจะช่วยละมานะทิฐิที่อยู่ในตัวเรา ใครได้เข้าห้องน้ำที่สะอาดแล้ว เขาจะชื่นชม และมีความรู้สึกว่า เราให้เกียรติเขา เหมือนแขกผู้ยิ่งใหญ่ที่มาเยือนบ้าน แล้วสิ่งดี ๆ ก็จะตามมา

คุณครูไม่ใหญ่

๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖, วันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘
85

#วอนสื่อมวลชน..ได้โปรดอย่าทำลายหัวใจชาวพุทธ


นักข่าวมีเสรีภาพในการนำเสนอข่าว อันนี้ถูก แต่ต้อง "พอดี" ต้องอย่าเหลิงเจิ้งเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับบุคคลที่พาดพิงถึงหรือกับสังคม

พอดี ดูตรงไหน?
ดูว่า มันเหมาะมันควรไหม ถ้าเหมาะควรก็ทำไปเลย!!
ถ้าเรื่องจริง มีประโยชน์ เขียนไป
เรื่องจริง แต่ไม่เกิดประโยชน์ ไม่เขียน 
เรื่องจริง มีโทษ ไม่เขียน
ถ้ายิ่งเรื่องไม่จริง ยิ่งไม่ควรเขียน

ดูว่าอะไรถูกผิด อาจดูได้ไม่ยาก แต่เหมาะควร เราจะเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ พระสารีบุตรได้กล่าวเรื่องนี้ไว้ว่า

สิ่งไรที่เราคิด พูด หรือทำ น้อมไปในทางกุศลธรรม คือยังกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วทำให้เจริญยิ่งขึ้น อย่างนี้เรียกว่า เหมาะควร
แต่สิ่งไรตรงกันข้ามกัน น้อมไปทางอกุศลธรรม ทำให้เกิดเป็นภาพลบติดในใจ เกิดปัญหาสังคม เกิดความทุกข์ หรือเกิดวิบากกรรมอย่างนั้นไม่เหมาะไม่ควร
เพราะฉะนั้น สิ่งใดที่น้อมไปทางกุศลธรรม ยกระดับจิตใจให้สูงส่งขึ้น สิ่งนั้นควรทำ

โดยเฉพาะเรื่องพระศาสนา เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เพราะทุกชีวิตที่เกิดมามีความทุกข์นะ ตั้งแต่ทุกข์จากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งเป็นทุกข์ประจำ กับทุกข์ที่จรมาอีกมากมาย ประสบสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก ปรารถนาอะไรไม่ได้สิ่งนั้นก็ทุกข์ หรือพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ทุกข์จากการเสื่อมลาภ เสื่อมยศ มีคนนินทา มีทุกข์กายทุกข์ใจอะไรอีกสารพัด เยอะแยะไปหมด

เมื่อชีวิตมนุษย์มีทุกข์ เขาย่อมหาที่พึ่ง ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ศาสนาหรือคำสอนจากพระศาสดาของทุก ๆ ศาสนานั่นแหละจะเป็นที่พึ่ง ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของมวลมนุษยชาติ เพราะฉะนั้นพระศาสนาเป็นสิ่งที่ไม่ควรแตะอย่างยิ่ง เพราะเป็นหนึ่งในสถาบันหลัก และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจดังกล่าว แล้วความเป็นจริงแล้ว เขาก็มีการปกครองไปตามลำดับ


พระอาจารย์จันทิมา พระพม่าที่อยู่เกาหลี ท่านเล่าให้ฟังว่า
ที่ประเทศพม่า มีการห้ามออกสื่อที่เป็นการตำหนิพระรัตนตรัยอย่างเข้มงวด หรือแม้แต่ในประเทศเกาหลีเองก็ตาม ตลอดเวลาที่ผ่านมา กระผมติดตามข่าวสารที่นี่มาตลอด พบว่าเรื่องที่จะมีการออกสื่อในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือสื่อต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโจมตี ดูถูก เหยียดหยาม เหยียบย่ำพระพุทธศาสนาให้ตกต่ำ จะไม่มีเกิดขึ้นในเกาหลี

แถมยังมีกฎหมายคุ้มครอง โดยไม่ให้ออกสื่อใด ๆ เพื่อมุ่งทำลายศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ห้ามตำหนิ ใส่ร้าย ป้ายสี จ้วงจาบ โจมตีพระและพระพุทธศาสนา แต่หากมีการทำไม่ดีเกิดขึ้นก็จะมีการจัดการเองในส่วนที่เกี่ยวข้องที่ปกครองกันมาตามลำดับ แต่ไม่ใช่นำมาขยายเพื่อให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนา

แล้วยังมีผู้ดูแลกฎหมายศาสนาของภาครัฐคอยเช็คและดูแลสื่อ เพราะไม่อนุญาตให้ออกข่าวใด ๆ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งทำลาย หรือทำร้าย หรือว่าร้ายพระพุทธศาสนา และถือว่าข่าวศาสนาจะส่งผลต่อจิตใจของประชาชน

หรือแม้แต่เวลาที่ต่างศาสนาเข้ามาเผยแผ่ที่เกาหลี ก็ห้ามออกสื่อที่จะมาเขียนว่าร้ายพระพุทธศาสนาเช่นกัน ในทางตรงกันข้าม ที่เกาหลีจะมีหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีข่าวดี ๆ ที่เกี่ยวกับธรรมะ การจัดงานบุญของวัดต่าง ๆ การปฏิบัติธรรม หรือประสบการณ์ทางธรรมของพระรูปต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ฉบับ เพื่อยกระดับใจให้สูงขึ้น หรืออย่างน้อยก็ดับทุกข์ของชีวิตในใจของแต่ละคนได้ในแต่ละวัน

คือมีข่าวดีออกมารายวัน เพราะคนมีทุกข์รายวัน เพราะฉะนั้นหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาก็มีรายวัน เขียนแนะวิธีการดับทุกข์ ไม่ใช่เขียนแนะวิธีการสร้างทุกข์ หรือขยายทุกข์ ขยายความเครียด ระบาดกันไปทั่วสังคมไปหมดเลย จนกระทั่งไม่ต้องไปทำอะไร ในใจของแต่ละคนถูกยัดเยียดด้วยข่าวที่ทำให้เร่าร้อน ตั้งแต่ตื่นกระทั่งหลับ วิพากษ์วิจารณ์กันไปตั้งแต่ในครอบครัว ออกมานอกบ้าน ไปโรงเรียน ไปที่ทำงาน ในทุกหนทุกแห่ง ความเครียดมันก็ระบาดไปทั่วสิ ไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย

ท่านยังกล่าวอีกว่า กระผมประหลาดใจ ตอนที่กระผมเคยอยู่เมืองไทย ทั้งที่เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็ถือเป็นหัวใจของประเทศ แต่ทำไมถึงเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ลงแต่เรื่องไม่ดีของพระ แล้วก็ขยายความมุ่งโจมตี จนคนเสื่อมศรัทธา ทำไมต้องทำลายหัวใจของเราเอง ตอนแรก กระผมอ่านก็งง ๆ ตอนหลัง ๆ ก็เลยไม่อยากจะสนใจอ่านอีก ก็งงอยู่ว่า จะทำลายพระก็ทำลายกันง่าย ๆ แบบนี้เอง นี่ท่านว่าของท่านออกมาอย่างนี้

คุณครูไม่ใหญ่

วันพุธที่  ๑๕  กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙



พุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
เป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง
ของมวลมนุษยชาติ
เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวพุทธ
ชีวิตมนุษย์มีทุกข์มากเกินพอแล้ว
ได้โปรด...
อย่าทำลายศรัทธา
อย่าทำลายหัวใจชาวพุทธ
อย่าทำลายหัวใจของเราเอง




1

ฝึกสังเกตและแสวงหาความประณีตจากการพิมพ์พระ


 
การที่จะไปพิมพ์พระ
ต้องฝึกเป็นคนช่างสังเกตว่า
วัสดุสิ่งของเขามีอะไรบ้าง
จัดวางไว้อย่างไร
เมื่อเราพิมพ์พระเสร็จแล้ว
จะต้องจัดวางให้อยู่ในสภาพเดิมทุกครั้ง

ให้ผู้ที่ถัดจากเราไปมีความรู้สึกว่า
เขาเป็นคนแรกที่ได้พิมพ์พระ
และก็จะมีความรู้สึกว่า
เราให้เกียรติเขา ยกย่องเขา
แล้วก็เป็นต้นบุญต้นแบบให้แก่เขาด้วย

แล้วก็ทำด้วยความเคารพ
ด้วยความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย
ด้วยความประณีต
ด้วยความละเอียดอ่อนของใจ

เราสามารถแสวงหาความประณีตจากตรงนี้ได้
ซึ่งถ้าหยาบประณีตแล้ว
งานละเอียดภายในก็จะประณีตตามไปด้วย


คุณครูไม่ใหญ่

28 กรกฎาคม พ.ศ. 2545

ขอเรียนเชิญผู้มีบุญทุกท่านมาวัด
ร่วมพิธีพิมพ์พระของขวัญ “รุ่นบรรลุธรรม”
ตั้งแต่วันนี้ - 16  ตุลาคม พ.ศ. 2559
ณ ลานหน้าหอฉันคุณยายอาจารย์
และสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 2ล้านจบ
บูชาพระมหาธรรมกายเจดีย์
พระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ 24 น.
0

Facebook